
“กรมพัฒน์” ผนึก กนอ. อุดช่องโหว่ต่างชาติใช้ FBC แทน FBL คุมเข้มปราบนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ กนอ. ยกระดับมาตรฐานอนุญาตธุรกิจต่างชาติ ปิดช่องโหว่การใช้หนังสือรับรองแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจในบางประเภท ควบคู่ปราบนอมินี สร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นการลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมกับ นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และคณะผู้บริหาร กนอ. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เพื่อหารือแนวทางยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่นักลงทุนชาวต่างชาติและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็ว ภายใต้กฎหมายของทั้ง 2 หน่วยงาน ได้แก่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522
พร้อมป้องกันการใช้สิทธิประโยชน์จากการขอหนังสือรับรอง เพื่อใช้เป็นช่องทางประกอบธุรกิจบางประเภทแทนการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License : FBL) ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
“เนื่องจากปัจจุบันพบว่า มีการขอรับหนังสือรับรองสำหรับกิจการบางประเภทที่มีลักษณะเป็นธุรกิจพาณิชยกรรมหรือธุรกิจบริการทั่วไป ซึ่งโดยสาระสำคัญไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่มุ่งสนับสนุนการประกอบอุตสาหกรรมและประกอบการค้าเพื่อส่งออก”

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายในการให้ความรู้และอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย
เนื่องจากจะได้รับการคุ้มครองภายใต้กติกาที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมุ่งปิดช่องโหว่การใช้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจบริการหรือธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงกำหนดมาตรฐานกลางในการพิจารณาออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Certificate : FBC)
การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง จะช่วยสร้างความโปร่งใสในการลงทุน รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ คุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายการลงทุนที่มีมาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีการลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก ผ่านการสนับสนุนข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และงบการเงิน เนื่องจากการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือนอมินี ถือเป็นการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจไทย สร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย
“ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้นักลงทุนและปิดช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ประกอบการสุจริตเสียเปรียบ โดยการกำหนดมาตรฐานในการพิจารณาอนุญาตประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างความโปร่งใสให้แก่นักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องได้รับความคุ้มครองอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้การประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทยเป็นไปอย่างถูกต้องและดำเนินการภายใต้กฎหมายของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ปรับรูปแบบการให้บริการ โดยลดระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดจากภายใน 60 วัน เหลือเพียง 30 วัน

