“เศรษฐกิจไทย” เผชิญแรงกดดันกำลังซื้อ–สินเชื่อกระจุกตัว รายใหญ่พยุงระบบ

กนง. มองเศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศและความเปราะบางของสินเชื่อ โดยค่าครองชีพอยู่สูงกว่ารายได้ ขณะที่สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่อง และมี NPL พุ่งกว่า 10% สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยเอกสารประกอบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีมติ 7 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี พบว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากกำลังซื้อในประเทศและความเปราะบางของระบบสินเชื่อ ขณะที่แรงส่งจากภาคส่งออกและการลงทุนเทคโนโลยียังช่วยพยุงการขยายตัวบางส่วน

จากข้อมูลในเอกสารประกอบการประชุม พบว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 ค่าครองชีพอยู่ที่ประมาณ 107–108 จุด ขณะที่รายได้ครัวเรือนอยู่ราว 105–106 จุด สะท้อนว่าค่าครองชีพยังอยู่สูงกว่ารายได้ต่อเนื่อง แม้ช่องว่างจะเริ่มทรงตัว แต่ยังไม่ปิดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาสินค้าออนไลน์รายสัปดาห์ เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดสงครามที่ 100 พบว่า สินค้ากลุ่มราคาถูกปรับขึ้นแตะราว 103 จุด ก่อนชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ 102 จุด ขณะที่สินค้าราคาแพงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 99–100 จุด สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพที่กระทบกลุ่มรายได้น้อยมากกว่ากลุ่มรายได้สูง

 

ด้านภาคการเงิน พบว่า สถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ โดยสินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำ และยังพึ่งพาสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ซึ่งขยายตัวราว 3–4%

ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวต่อเนื่องราว -1% ถึง -2% สะท้อนข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อและความระมัดระวังของสถาบันการเงิน

ด้านคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ความเสี่ยงยังกระจุกตัวในกลุ่ม SMEs โดยอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับสองหลัก (กว่า 10%) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

กนง. เอกฉันท์ 7-0 คงดอกเบี้ย 1% พร้อมปรับเป้า GDP ไทยปีนี้ 2.3%

Back to top button