สภาไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.โอนงบปี 69 วงเงิน 1.03 หมื่นล้าน ผ่านวาระแรก 462 เสียง

สภาผู้แทนราษฎร รับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 วงเงิน 10,328 ล้านบาท ด้วยคะแนน 462 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 25 คน ด้าน “เอกนิติ” ย้ำโอนงบจำเป็นเพื่อรับมือภัยแล้ง วิกฤตพลังงาน พร้อมรักษาวินัยการเงินการคลัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 มิ.ย. 69) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ด้วยคะแนนเห็นชอบ 462 เสียง ต่อ 0 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 25 คน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย และกำหนดระยะแปรญัตติภายใน 1 วัน คือวันที่ 26 มิถุนายน 2569

ก่อนการลงมติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงหลักการร่างพระราชบัญญัติว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีหลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328,065,100 บาท เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 มีความจำเป็น เนื่องจากประเทศไทยเผชิญวิกฤตต่อเนื่อง ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานผันผวน น้ำท่วม และล่าสุดกำลังเผชิญกับวิกฤตภัยแล้ง ทำให้รัฐบาลต้องบริหารงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน

นายเอกนิติ กล่าวว่า แม้งบประมาณมีจำกัด แต่ Moody’s ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” พร้อมชื่นชมว่า ไทยสามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกได้ดี สะท้อนว่ารัฐบาลยังคงรักษาความสมดุลและวินัยการเงินการคลังได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวดีกว่าที่คาด และการเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ในระดับสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยการลงทุนภาครัฐขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากไตรมาส 1 เติบโต 13% ไตรมาส 2 เติบโต 9.4% และล่าสุดขยายตัวมากกว่า 10% ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณที่เหลืออยู่มีความจำเป็นต้องโอนมาไว้ที่งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อให้รัฐบาลมีงบประมาณพร้อมใช้ในการดูแลและเยียวยาประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดวิกฤตพลังงานหรือวิกฤตภัยแล้งในระยะต่อไป

ภายหลังที่ประชุมมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นายเอกนิติ กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ข้อเสนอแนะ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดูแลและเยียวยาประชาชน โดยข้อสังเกตต่าง ๆ จะถูกนำไปประกอบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ครม.ไฟเขียวร่างงบปี 70 ตั้ง กมธ. 72 คน นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อซักถามในสภา

Back to top button