“อัสสเดช” เผย ตลท. เร่งส่งข้อมูล TRUE ให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบปมผู้ถือหุ้นปริศนา

ตลท. ประสาน ก.ล.ต. ตรวจสอบปม “สุภาพร พิมพงษ์” พร้อมเร่งจัดทำข้อมูลผู้ถือหุ้น TRUE ยืนยันยังไม่พบกระทบความเชื่อมั่นตลาดทุน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ค.69) นายอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงกรณีการรายงานข้อมูลการถือหุ้นของ “สุภาพร พิมพงษ์” ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ตลท. ได้ประสานงานกับ ก.ล.ต. และบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีเป้าหมายให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็วที่สุด

ขณะนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลในหลายมิติ เพื่อพิจารณาว่า ข้อมูลที่มีการรายงานเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักลงทุนและสาธารณชน จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ มีบางกรณีที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่มีการรายงานว่าบริษัทแห่งหนึ่งมีการออกหุ้นบุริมสิทธิ ขณะที่บริษัทชี้แจงว่าไม่เคยออกหลักทรัพย์ประเภทดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้

นายอัสสเดช กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ตลท. มีบทบาทสนับสนุนการตรวจสอบผ่านกระบวนการจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้น โดยบริษัทจดทะเบียนจะเป็นผู้ยื่นคำขอปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นผ่านบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD จากนั้น TSD จะประสานบริษัทหลักทรัพย์เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น และจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้นส่งให้บริษัทนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบ โดยปกติกระบวนการดังกล่าวใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจขึ้นอยู่กับการได้รับข้อมูลจากทุกฝ่าย และรอบการชำระราคา (T+2) ในบางกรณี

สำหรับกรณีของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE นั้น บริษัทได้ยื่นคำขอปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว และ ตลท. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ เพื่อส่งมอบข้อมูลให้บริษัทนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบของ ก.ล.ต. โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างบริษัท ตลท. และ ก.ล.ต.

ส่วนกรณีที่มีการอ้างอิงข้อมูลย้อนหลังหลายปีนั้น หากเป็นข้อมูลที่เคยมีการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นไว้แล้ว สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้ แต่หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้อนหลังหลายปี การตรวจสอบอาจต้องอาศัยข้อมูลและหลักฐานจากหลายฝ่ายประกอบกัน เนื่องจากระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้จัดเก็บทะเบียนผู้ถือหุ้นย้อนหลังในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้ทุกช่วงเวลา

นายอัสสเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามบรรยากาศการลงทุนในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการ และการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง

ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการสอบถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยนักลงทุนสถาบันยังคงให้น้ำหนักกับผลประกอบการ ปัจจัยพื้นฐาน และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นหลัก มากกว่าประเด็นการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ตลท. ได้เริ่มใช้มาตรการใหม่ในการปรับปรุงข้อมูลผู้ถือหุ้น โดยกรณีที่มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญตามแบบ 246-2 ระบบของ TSD จะดำเนินการติดตามและปรับปรุงทะเบียนผู้ถือหุ้นโดยอัตโนมัติทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ข้อมูลผู้ถือหุ้นมีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น ลดช่องว่างของข้อมูล และช่วยให้นักลงทุนรับทราบการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับข้อกฎหมาย การรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 เป็นหน้าที่ของผู้ถือหลักทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่หน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ โดยบริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) ในการเปิดบัญชีซื้อขายเท่านั้น และไม่สามารถทราบการถือครองหลักทรัพย์ทั้งหมดของลูกค้า หากลูกค้าถือหลักทรัพย์ผ่านหลายบัญชีหรือหลายตัวกลาง

ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีกรณีที่เข้าข่ายไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด การพิจารณาและดำเนินการตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ล.ต. ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีอำนาจในการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า กรณีดีลการซื้อหุ้นปริศนาหมื่นล้านบาทใน TRUE นั้น ทางสำนักงาน ก.ล.ต. กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยนักลงทุนและทุกภาคส่วนต่างรอความชัดเจน เพื่อปิดช่องโหว่และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“ก.ล.ต.กำลังหาคำตอบเรื่องนี้อย่างเร็ว เพราะมีความจริงอยู่ตรงไหน และมีอะไรบ้าง ผมอยากให้ ก.ล.ต. หาคำตอบให้ชัดเจนให้ได้ก่อน หลังจากนั้น เราก็จะสามารถจัดการเรื่องของการปิดช่องโหว่ของปัญหาต่อไป” นายกอบศักดิ์ กล่าว

Back to top button