“เอกนิติ” ลุยจัดระเบียบ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ลั่น 1 เดือนคลอดเกณฑ์คุม ไม่กระทบลงทุน

รองนายกฯ “เอกนิติ” คุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก กาง 4 แนวทางจัดระเบียบ ขีดเส้น 1 เดือนคลอดเกณฑ์คุมผังเมือง-สาธารณูปโภค-พลังงานสะอาด หวังปลดล็อกโครงการค้างท่อกว่า 117 โครงการ “บีโอไอ” ยันไม่กระทบการลงทุนของประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (4 ก.ย.69) รัฐบาลจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ด Data Center) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

นายกฯ “อนุทิน” ย้ำต่อบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ว่า การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ พร้อมเร่งวางหลักเกณฑ์กำกับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค

นายเอกนิติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า รัฐบาลต้องการจัดระเบียบและวางกฎเกณฑ์การลงทุน Data Center พร้อมยกระดับสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไป

โดยต้องการปรับโครงสร้างขั้นตอนในการขออนุมัติลงทุน Data Center ที่มีความซ้ำซ้อนและกระจายตัวอยู่หลายหน่วยงาน ให้เข้ามาอยู่ภายใต้หน่วยงานยุทธศาสตร์ภาพใหญ่ระดับประเทศ ผ่าน 4 แนวทาง ดังนี้

  1. การจัดทำข้อมูลให้ชัดเจนและเป็นศูนย์รวม (One-Stop Data) เพื่อให้ทราบสถานะปัจจุบันของการลงทุนในประเทศทั้งหมด
  2. การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Requirement) เพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะใช้มาตรการนี้กับทุกโครงการ ทั้งโครงการเดิมและในอนาคต
  3. การยกระดับในเชิงยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยการเชื่อมโยงเข้ากับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานสะอาดและด้าน AI เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด
  4. ผู้ประกอบการทุกรายจะต้องผ่านวิธีการคัดเลือกแบบแข่งขัน (Pitching) เพื่อยื่นข้อเสนอในการแสดงรายละเอียดของโครงการว่าจะสามารถสร้างรายได้และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทยได้อย่างไรบ้า

“รัฐบาลมีแผนวางยุทธศาสตร์บริหารจัดการ Data Center ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนำไปใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและด้านดิจิทัลของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการขอใบอนุญาตและขาดการกำกับดูแล ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการใช้ทรัพยากรในภายหลัง พร้อมทั้งยืนยันไม่ได้ปิดกั้นการลงทุน” นายเอกนิติ กล่าว

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะประธานบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ กำหนดแนวทางกำกับดูแลและวางกรอบพัฒนาอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้ง 4 คณะกรรมการย่อย เพื่อทำรายละเอียดหลักเกณฑ์การกำกับดูแล ได้แก่ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ทำหน้าที่ประเมินมาตรฐานขั้นต่ำ ผลประโยชน์ และยุทธศาสตร์ของชาติ คณะกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำหน้าที่ดูแลเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน และพิจารณาเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าและสัดส่วนการนำพลังงานสะอาด (Green Energy) มาปรับใช้

คณะกรรมการด้านพื้นที่และผังเมือง ทำหน้าที่ดูแลเรื่องสถานที่ตั้ง การใช้ที่ดิน กฎระเบียบผังเมือง และลักษณะชุมชนโดยรอบ เพื่อกำหนดรูปแบบการรองรับให้มีความปลอดภัย เช่น มาตรการเรื่องการป้องกันอัคคีภัย และคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการทุกชุดจะต้องนำข้อมูลมาเสนอต่อที่ประชุมครั้งถัดไปในสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการออกนโยบายระดับยุทธศาสตร์ชาติและเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 1 เดือนนับจากนี้ เพื่อปลดล็อกใบอนุญาตให้โครงการที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตลงทุนมากกว่า 100 โครงการ สามารถดำเนินการต่อไปได้

  • โครงการค้างท่อกว่า 117 โครงการ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลจาก 16 หน่วยงาน พบว่า ปัจจุบันไทยมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินการแล้ว 35 โครงการ ในจำนวนนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 11 โครงการ ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 49 โครงการ และอยู่ระหว่างขออนุญาตหรือพิจารณาอีกกว่า 117 โครงการ

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์

นายดนุชา ระบุว่า ที่ผ่านมาผู้ลงทุนต้องยื่นขออนุญาตกับหลายหน่วยงานตามภารกิจ โดยยังไม่มีระบบกำกับดูแลในภาพรวม การจัดทำมาตรฐานกลางจึงมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ด้านดาต้าเซ็นเตอร์ไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังเตรียมทบทวนการกำหนดขนาด เพื่อจัดประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ จากเดิมที่เคยวางเส้นแบ่งการใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 2 เมกะวัตต์ (MW) ขึ้นไป เนื่องจากประเมินว่าเกณฑ์ดังกล่าวยังมีขนาดเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับแนวโน้มการลงทุนศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล (Hyperscale Data Center) ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังจะเข้ามาลงทุนในประเทศ ควบคู่ไปกับการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายผังเมือง เพื่อเพิ่มประเภทอาคาร Data Center เข้าไปในระบบอย่างเป็นทางการ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการระบุประเภทอาคารดังกล่าวไว้

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ หารือกับ พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ กกพ.

ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวเสริมว่า การจัดระเบียบการลงทุนกลุ่ม Data Center ไม่ได้มีผลกระทบต่อตัวเลขการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล เนื่องจากกลุ่มยานยนต์ Hybrid และ EV รวมถึงอากาศยานยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการยื่นขอดำเนินโครงการ Data Center ทั้งหมด 6 โครงการ ขนาดตั้งแต่ 9-23 เมกะวัตต์ (MW) โดยเปิดดำเนินการแล้ว 3 โครงการ ซึ่ง กทม. จะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อนำข้อมูลมาเป็นบทเรียนประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการต่อไป

ส่วนอีก 3 โครงการที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ จะชะลอการดำเนินการไว้ก่อน พร้อมตรวจสอบรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด และรอนโยบายจากคณะกรรมการ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1 เดือน

ทั้งนี้ สำหรับ 3 โครงการที่ได้รับอนุมัติและเปิดดำเนินการแล้ว กทม. จะกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และหากมีการออกหลักเกณฑ์หรือระเบียบใหม่เกี่ยวกับ Data Center ก็จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“บล.กสิกรไทย” ชี้คุม Data Center หนุนหุ้นนิคมฯ–โรงไฟฟ้า ถูกกฎหมายได้เปรียบ

Back to top button