
ครม. เคาะงบ 1.78 พันล้านบาท ช่วย “สปป.ลาว” สร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง
ครม. เห็นชอบให้ความช่วยเหลือทางการเงิน สปป.ลาว วงเงิน 1,783.67 ล้านบาท ก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง เชื่อมเส้นทางการค้าชายแดนและท่องเที่ยว คาดช่วยลดเวลาเดินทาง 30-45 นาที หนุนจังหวัดน่านรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเฉลี่ยปีละ 80,000 คน สร้างรายได้เพิ่มปีละ 360 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง สปป.ลาว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ วงเงินรวม 1,783,671,500 บาท
โดยอนุมัติให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ดำเนินโครงการตามขอบเขต แหล่งที่มาของเงินทุน รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขทางการเงินที่กำหนด เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง
ทั้งนี้ ครม. อนุมัติให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเป็นรายปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2574 รวมระยะเวลา 4 ปี ในสัดส่วน 50% ของวงเงินโครงการ หรือ 891,835,750 บาท ขณะที่อีก 50% ให้ สพพ. กู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ จำนวน 891,835,750 บาท ตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด
กรณี สปป.ลาว ผิดนัดชำระหนี้ สพพ. จะพิจารณาใช้เงินสะสมของหน่วยงานเพื่อชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจากเงินกู้สถาบันการเงินภายในประเทศไปก่อน หากเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง สามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเมื่อสามารถเรียกเก็บหนี้ได้แล้ว จะนำเงินดังกล่าวส่งคืนคลังต่อไป
ครม. ยังมอบหมายให้ผู้อำนวยการ สพพ. ลงนามในสัญญาการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว ภายหลัง ครม. อนุมัติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในโครงการดังกล่าว
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับ การก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการให้ความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือ Connectivity ซึ่งจะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
นอกจากนี้ ยังช่วยขยายโอกาสด้านการค้าชายแดนระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะการค้าระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง เนื่องจากลดระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองทั้งสองได้อย่างน้อย 30-45 นาที ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างกันทำได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยจากการข้ามแม่น้ำ
ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน โดยที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบางผ่านจังหวัดน่าน โดยใช้เส้นทางเมืองหงสา-เมืองจอมเพชร-บ้านเชียงแมน และใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงของโครงการแทนการใช้แพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง ระยะเวลาท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวของไทยคนละ 4,500 บาท
ทั้งนี้ ในระยะเวลา 5 ปีแรก คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยือนจังหวัดน่านเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 80,000 คน และมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 360 ล้านบาท
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค

