“วัสดุก่อสร้าง” ส.ค. พุ่ง 6.1% จับตาทองแดง-ดาต้าเซ็นเตอร์หนุนราคาต่อ

สนค. กระทรวงพาณิชย์ เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 6.1% จากปีก่อน ตามต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน จับตาราคาทองแดงและความต้องการจากดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนแนวโน้มเดือนกันยายนขยายตัวต่อ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.ย.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 113.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 โดยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคที่ยังตึงเครียด

ทั้งนี้ การที่สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียหลายแห่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าวัสดุก่อสร้าง ทำให้ดัชนีราคาปรับสูงขึ้นเกือบทุกหมวด

สำหรับหมวดที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 จากไม้แบบ บานหน้าต่าง และบานประตู ตามราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 จากคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต ตามราคาซีเมนต์ หิน ทราย และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล

หมวดกระเบื้อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 จากกระเบื้องเคลือบปูพื้น กระเบื้องยาง PVC ปูพื้น บัวเชิงผนัง PVC และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ เช่น ก๊าซธรรมชาติ สารเคลือบ และแร่ซิลิกา ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ความร้อนสูงในกระบวนการผลิต

ส่วนหมวดวัสดุฉาบผิว เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 จากสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิคทาภายนอก และสีน้ำอะคริลิคทาภายใน ตามราคาวัตถุดิบ เช่น ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน และตัวทำละลาย ขณะที่หมวดสุขภัณฑ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 จากกระจกเงา อ่างล้างหน้าเซรามิก และราวแขวนผ้าติดผนัง เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูง

หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จากราคาสายไฟทุกชนิด อาทิ สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามราคาทองแดงในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในระดับสูง

ด้านหมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.7 จากราคายางมะตอยที่สูงขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน ดิน และทราย ที่ปรับราคาตามต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่หมวดที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ หมวดซีเมนต์ ลดลงร้อยละ 0.2 จากปูนซีเมนต์สำเร็จรูปและปูนซีเมนต์ผสม เนื่องจากการแข่งขันในตลาดอยู่ในระดับสูง ส่วนหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 0.6 จากเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และเหล็กตัว H เนื่องจากอุปทานเหล็กส่วนเกินจากจีนยังคงกดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางและรัสเซีย–ยูเครน

นอกจากนี้ ราคาสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามราคาทองแดงในตลาดโลก จากภาวะอุปทานตึงตัว หลังเหมืองทองแดงในชิลีและเปรู ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ประกอบกับความต้องการใช้ทองแดงในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพื่อก่อสร้างและซ่อมแซมถนน อาคาร และที่พักอาศัยภายหลังเกิดภัยพิบัติ ยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มขยายตัวต่อไป

Back to top button