ต่างชาติลงทุนไทย 8 เดือน 2.49 แสนล้าน โต 11% “สิงคโปร์” ทุ่มสูงสุด 7.34 หมื่นลบ.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย 8 เดือนปี 2569 ต่างชาติลงทุนไทย 835 ราย เงินลงทุนรวม 249,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน “สิงคโปร์” ครองอันดับหนึ่งด้านเม็ดเงิน ตามด้วยญี่ปุ่นและจีน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ย.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ช่วง 8 เดือน ปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 835 ราย มีเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 249,261 ล้านบาท

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

แบ่งเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 199 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 636 ราย ซึ่งเป็นการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน จำนวน 158 ราย คิดเป็น 19% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 43,803 ล้านบาท โดยลงทุนในธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย ธุรกิจบริการติดตั้งระบบเตาเผาขยะมูลฝอย ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Compressor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า แม่พิมพ์ และชิ้นส่วนแม่พิมพ์

สหรัฐอเมริกา จำนวน 131 ราย คิดเป็น 16% เงินลงทุน 6,481 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Circuit Breaker ระบบควบคุมการปฏิบัติงานด้วยสมองกล เม็ดพลาสติก เป็นต้น

สิงคโปร์ จำนวน 112 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 73,368 ล้านบาท เป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด โดยลงทุนในธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer) ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้บริการเทคนิค การโอนย้ายข้อมูล และการติดตั้งระบบบริหารจัดการผู้ใช้งานแบบรวมศูนย์ ธุรกิจบริการวิเคราะห์และรายงานผลอัตราการเต้นของหัวใจจากเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบไร้สาย และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อ ชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป และเครื่องจักรอัตโนมัติ

ญี่ปุ่น จำนวน 112 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 53,780 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยให้คำปรึกษา แนะนำ และออกแบบเพื่อการปรับปรุงกระบวนการผลิต ธุรกิจบริการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานพาหนะ ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติก ผลิตภัณฑ์จากผงโลหะอัด ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า

ฮ่องกง จำนวน 84 ราย คิดเป็น 10% เงินลงทุน 16,682 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียมภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์กลุ่มภาพและเสียง Multilayer Printed Circuit Board และเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 148 ราย หรือเพิ่มขึ้น 22% จาก 687 รายในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2568 เป็น 835 รายในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569

ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 23,725 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% จาก 225,536 ล้านบาท เป็น 249,261 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 5,863 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 968 คน หรือเพิ่มขึ้น 20%

นอกจากนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 418 ราย คิดเป็น 50% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด มีมูลค่าการลงทุน 180,731 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

รองลงมาเป็นธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

รวมถึงธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และ Cloud Service ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI Services

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของนักลงทุนต่างชาติ ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 260 ราย คิดเป็น 31% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 63 ราย หรือเพิ่มขึ้น 32%

มีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 96,857 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 98 ราย เงินลงทุน 34,846 ล้านบาท ญี่ปุ่น 38 ราย เงินลงทุน 25,759 ล้านบาท ฮ่องกง 33 ราย เงินลงทุน 7,063 ล้านบาท และประเทศอื่น 91 ราย เงินลงทุน 29,189 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC ได้แก่ ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทโมดูลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Compressor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และ Multilayer Printed Circuit Board

ทั้งนี้ เฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 99 ราย เป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 22 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 77 ราย มีเงินลงทุนรวม 30,053 ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 634 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้เฉพาะด้านให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานก่อสร้างเตาเผาขยะ เทคโนโลยีเครื่องมือบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบไร้สาย และการออกแบบระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการทำงานอัตโนมัติ

ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่ ธุรกิจบริการติดตั้งระบบเตาเผาขยะมูลฝอย ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานพาหนะ และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Compressor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ High Performance Lubricating Synthetic Esters

Back to top button