
คลังดึง 1 ล้านร้านค้า “ไทยช่วยไทยพลัส” รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้
กระทรวงการคลัง เตรียมดึงร้านค้า “ไทยช่วยไทยพลัส” กว่า 1 ล้านราย รองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน 1 ต.ค.นี้ พร้อมเตือนผู้ยื่นทบทวนสิทธิแก้ข้อมูลภายใน 20 ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ย.69) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้ที่ยื่นขอทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ปี 2569 เรียบร้อยแล้ว ต้องติดตามสถานะการทบทวนสิทธิผ่านเว็บไซต์โครงการ เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในวันที่ 20 กันยายน 2569
ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือธนาคารกรุงไทย ภายในวันที่ 12 มกราคม 2570 ส่วนธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายในวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ขณะเดียวกัน รัฐบาลมองว่าการทบทวนสิทธิ การเก็บผู้ตกหล่น และการแก้ไขข้อมูลในครั้งนี้จะครบถ้วน และเตรียมประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยผู้รับสิทธิรายใหม่ต้องยืนยันตัวตนตามที่ระบุข้างต้น ส่วนผู้รับสิทธิรายเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
สำหรับความคืบหน้าในส่วนของกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้พิการ ต้องยื่นเอกสารมอบอำนาจใหม่อีกครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการยืนยันตัวตน และป้องกันความเสี่ยงในการแอบอ้างตัวตนตามมาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวยื่นเอกสารให้เสร็จตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ทำงานเชิงรุก ด้วยการเข้าไปอำนวยความสะดวกในการทำเรื่องมอบอำนาจถึงที่ สำหรับกรณีการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันไม่สำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการอยู่ระหว่างเดินทางไปยืนยันตัวตนที่ธนาคาร และหากมีตัวตนจริงจะได้รับการยืนยันสำเร็จทุกราย
“คลังค่อนข้างห่วงกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ที่จำเป็นต้องยื่นมอบอำนาจใหม่ เพื่อปฏิบัติตามเกณฑ์ KYC ของ ธปท. และอยากให้เร่งทำให้เสร็จตามกำหนดเวลา เพื่อให้การโอนจ่ายเงินเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ย้ำหากมีตัวตนจริงจะได้รับการรักษาสิทธิสำเร็จทุกราย โดยมีฝ่ายปกครองลงพื้นที่อำนวยความสะดวก” นายวินิจ กล่าว
ส่วนความคืบหน้ากรณีปัญหาถูกผู้อื่นแอบอ้างนำชื่อไปใช้เป็นรายได้จนเสียสิทธิ เบื้องต้นให้แจ้งเรื่องต่อกรมสรรพากร เพื่อยืนยันฐานรายได้ที่แท้จริง และให้คืนสิทธิแก่ประชาชนก่อนเป็นสำคัญ หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ จะรับเรื่องไปสืบสวนและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เพื่อป้องกันการแอบอ้างซ้ำรอย
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยายขอบเขตร้านค้า ด้วยการเปิดให้ร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทย พลัส” กว่า 1 ล้านราย รองรับการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เช่นเดียวกับร้านธงฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย และทำให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ใกล้บ้าน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ
“กระทรวงพาณิชย์รับหน้าที่เป็นผู้ดูแล และรับสมัครเพิ่มรายชื่อร้านค้าในระบบ รวมถึงรถพุ่มพวงและรถเข็น แต่อาจทำให้ร้านเข้าร่วมไม่ได้ 100% เพราะต้องตรวจสอบคัดกรอง แต่จะเร่งให้เร็วที่สุดทันใช้จ่ายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เช่นกัน” นายวินิจ กล่าว

