“ศุภจี” ดันแผนปี 70 เพิ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม เปิดทางเข้าถึงสิทธิ–ขยายตลาด

รองนายกฯ “ศุภจี” นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พิจารณาแผนปีงบประมาณ 2570 มุ่งเพิ่มจำนวนกิจการ พัฒนาศักยภาพ และเชื่อมโอกาสทางตลาด หวังให้เติบโตและแข่งขันได้ด้วยตัวเอง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ย.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์

ที่ประชุมพิจารณาทิศทางและแผนการดำเนินงานของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงกลไกบริหารและติดตามผล โดยมุ่งเพิ่มจำนวนวิสาหกิจเพื่อสังคม และสร้างความเข้มแข็งให้กิจการเติบโต แข่งขัน และยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

นางศุภจี กล่าวว่า หัวใจของวิสาหกิจเพื่อสังคมคือการใช้ความเข้มแข็งของธุรกิจสร้างประโยชน์ให้สังคม เมื่อธุรกิจเติบโต ก็สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และขยายโอกาสไปถึงคนและชุมชนได้มากขึ้น ภาครัฐจึงต้องช่วยลดข้อจำกัด พร้อมเปิดทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็น ทั้งการพัฒนาศักยภาพ สิทธิประโยชน์ และโอกาสทางตลาด เพื่อให้กิจการเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

สำหรับแผนปฏิบัติการของ สวส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2566–2570 โดยนำผลการดำเนินงานที่ผ่านมา งบประมาณที่ได้รับจัดสรร ตลอดจนโอกาสและความท้าทายในระยะต่อไป มาประกอบการกำหนดทิศทาง

แผนดังกล่าวมุ่งเพิ่มจำนวนและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพื่อสังคม ส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิประโยชน์และมาตรการจูงใจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การสนับสนุนต่อยอดไปสู่การเติบโตของกิจการและสร้างผลลัพธ์ทางสังคมที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหาร สวส. และการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ สวส. เพื่อเสริมกลไกบริหาร ติดตาม และประเมินผลให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ สวส. มีภารกิจส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพื่อสังคม ให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งควบคู่กับการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง

Back to top button