
“จ็อง ซเย-คย็อน” อดีตนายกฯ เกาหลีใต้-“ท่านทูตธานี” ร่วมพิธีปิด WorldNexGen 2026
WorldNexGen 2026 ปิดฉากที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล มอบประกาศนียบัตร 20 นักศึกษา ตอกย้ำความร่วมมือไทย–เกาหลี ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ด้านเศรษฐกิจ การค้า นวัตกรรม และ Soft Power บนเวทีโลก
ผู้สื่อข่าวรายงาน [กรุงโซล, สาธารณรัฐเกาหลี] – ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบและสง่างามสำหรับโครงการ WorldNexGen 2026 โครงการความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ระหว่าง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University หรือ SNU) สาธารณรัฐเกาหลี , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบัน KH Academy โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่ผ่านการเรียนรู้เชิงลึกด้านนโยบายเศรษฐกิจ การเงิน อุตสาหกรรม การค้าการลงทุน ตลอดจนสังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยได้จัดพิธีปิดโครงการฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาจำนวน 20 คน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Convention Hall (SNU Faculty Club) มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล
ในการนี้ ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญระดับประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนของเกาหลีใต้และไทยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ นายจ็อง ซเย–คย็อน อดีตนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐเกาหลี (H.E. Chung Sye-Kyun, Former Prime Minister, Republic of Korea) นายอัน ด็ก–กึน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน (Mr.Ahn Duk-Geun, Former Minister of Trade, Industry and Energy, Republic of Korea) นายบัง กี–ซอน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักประสานงานนโยบายรัฐบาล (Mr.Bang Ki-Sun, Former Minister for Government Policy Coordination) นายปาร์ค วอน–จู อดีตเลขานุการอาวุโสของประธานาธิบดีด้านนโยบายเศรษฐกิจ (Mr.Park Won-Joo, Former Senior Presidential Secretary for Economic Affairs)
นายคิม คัง–ฮัก ประธานกรรมการ บริษัท เมียงวูน อินดัสทรี ดีเวลลอปเมนท์ (Mr. Kim Kang-Hak, Chairman, Myungwoon Industry Development) ศาสตราจารย์ รยู ฮง-ลิม อธิการบดี มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Prof. Ryu Hong-Lim, President of Seoul National University) ศาสตราจารย์ แซงกุ๊ก ปาร์ค ศาสตราจารย์ประจำภาควิชานโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Prof. Park San-Gook, Professor of Science and Technology Policy of Seoul National University) นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM พันธมิตรของ Seoul National University จากประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะเจ้าภาพหลักของโครงการฯ ฝ่ายประเทศไทย ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล อาจารย์ประจำภาควิชาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายบูรพา สงวนวงศ์ Founder สถาบัน KH Academy ในฐานะผู้ริเริ่มและประสานงานหลักของโครงการฯ และอีกมากมาย
โดยอดีตนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้ให้เกียรติขึ้นกล่าวสุนทรพจน์และมอบโอวาทแก่นักศึกษา พร้อมชื่นชมความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ริเริ่มผลักดันโครงการอันสร้างสรรค์นี้ขึ้นมาได้สำเร็จเป็นรูปธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีใต้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
“ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จอย่างงดงามของโครงการความร่วมมือทางวิชาการรุ่นแรก ระหว่าง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโครงการนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายมุมมองต่อโลกของนักศึกษา โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจระหว่างสองประเทศที่อยู่ห่างไกลกันอย่างเกาหลีและไทย ได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของความร่วมมือ และเห็นว่าเศรษฐกิจของเกาหลีและไทยสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ผ่านการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากเราสะสมความพยายามเหล่านี้ เราจะสามารถสร้างโลกที่เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองและประเทศเพื่อนบ้านก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วไปพร้อมกันได้ คุณค่าของการร่วมมือ การอยู่ร่วมกัน และความพยายามรักษาความสงบสุขร่วมกัน สิ่งเหล่านี้จะรวมกันเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าในอนาคตครับ”
เช่นเดียวกับนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ที่กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งกับความสำเร็จของโครงการ WorldNexGen 2026 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพัฒนาผู้นำคนรุ่นใหม่ในระดับนานาชาติ โดยปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความท้าทายใหม่ ๆ และโครงการฯ นี้ได้เปิดโอกาสให้สร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทยและเกาหลีใต้ เพื่อพัฒนาให้เป็นผู้นำ นักคิด และนักวิชาการรุ่นใหม่ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองสถาบันอันทรงเกียรตินี้ในอนาคต
“ต้องเรียนว่าความสัมพันธ์ด้านการทูตไทย-เกาหลีใต้เราเป็นพันธมิตรกันมาช้านาน และก็ต้องสานต่อความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น เกาหลีใต้เป็นประเทศยุทธศาสตร์ของไทยที่เราอยากจะสร้างความเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าการลงทุน เรามีตัวเลขค้าขายกันอยู่ราวๆ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เรากำลังจะลงนามความตกลง CEPA FTA ระหว่างไทย-เกาหลี การเจรจาใกล้จะจบแล้ว เรามีความพยายามที่จะเปิดนิคมอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ในประเทศไทย และยังมีความตกลงด้านการขนส่ง มีความเชื่อมโยงอีกมากมายที่ต้องอาศัยทีมงานที่เข้มแข็งมีมิตรภาพอันดีซึ่งกันและกัน ซึ่งในอนาคตน้องๆนักศึกษาที่ผ่านโครงการ WorldNexGen สามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานของสถานทูตไทยในเกาหลี สถานทูตเกาหลีในประเทศไทย ตลอดจนภาคองค์กรเอกชนต่างๆ ในการทำงานร่วมกันครับ”
ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์ ได้มีการมอบของที่ระลึกให้แก่กลุ่มที่ทำผลงานการพรีเซนต์ด้านธุรกิจและสังคมของกรุงเทพ และกรุงโซล ได้โดดเด่นที่สุดจำนวน 2 กลุ่ม ก่อนเข้าสู่พิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาผู้สำเร็จโครงการ WorldNexGen 2026 จำนวน 20 คน โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ แซงกุ๊ก ปาร์ค ศาสตราจารย์ประจำภาควิชานโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้มอบ
โอกาสนี้ อธิการบดี มธ. ได้กล่าวถึงโครงการ WorldNexGen ว่า โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างสองมหาวิทยาลัยชั้นนำ คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากประเทศไทย และ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ วัตถุประสงค์คือเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งในเรื่องของวิชาการ เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ตลอดจนสังคม และวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันจากสองประเทศได้มีโอกาสพบปะ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และที่สำคัญที่สุดคือ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองทางด้านความคิดเห็นในหลากหลายแง่มุม ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะในเรื่องของบทเรียน แต่รวมไปถึงการทำความเข้าใจในเรื่องของภาพลักษณ์ของทั้งสองประเทศ
“จากการที่นักศึกษาเกาหลีใต้ได้มาที่ประเทศไทย และเราได้ส่งนักศึกษาไทยไปที่เกาหลี ทำให้เราได้เห็นภาพลักษณ์ของทั้งสองประเทศในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางด้านการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งต้องบอกว่าโครงการ WorldNexGen 2026 นี้ถือว่าเป็นเวทีนานาชาติสำหรับนักศึกษาอย่างแท้จริง และเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่ระดับสากลได้ครับ”
ด้านนายบูรพา สงวนวงศ์ Founder สถาบัน KH Academy ในฐานะผู้ริเริ่มและประสานงานหลักของโครงการ WorldNexGen 2026 กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ KH Academy ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการจัดโครงการนานาชาตินี้ขึ้นมา โดยเชื่อว่าจะเป็นโครงการนำร่องในการเชื่อมสัมพันธ์ของสองประเทศในระดับเยาวชน เพราะโครงการนี้ทำให้ฝั่งเกาหลีใต้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยว่าเรามีหลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ด้านการท่องเที่ยว หรือด้านเกษตรกรรม แต่ได้เห็นวิถีในด้านการทำธุรกิจ วิถีการใช้ชีวิตของคนไทย ขณะที่นักศึกษาจากม.ธรรมศาสตร์เองก็ได้มาเห็นเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมของทางเกาหลีที่ต้องยอมรับว่าเป็นผู้เล่นลำดับต้นๆ ของโลก และแน่นอนว่าไทย-เกาหลีใต้เรามีความสัมพันธ์ทางการทูตอันยาวนานเกือบ 70 ปี ซึ่งโครงการนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศเริ่มสานสัมพันธ์ในวิถีที่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศมากที่สุด อีกทั้ง ยังช่วยให้นักศึกษาได้เปิดโลกทัศน์ซึ่งถือเป็นการติดอาวุธการเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนอื่นครับ”
นอกจากนี้ Founder สถาบัน KH Academy ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการ WorldNexGen ได้อย่างน่าสนใจว่า โครงการ WorldNexGen ถือเป็น Soft Power ที่แข็งแรงมากๆ เป็น Soft Power ที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ ช่วยยกระดับเพิ่มศักยภาพในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองประเทศโดยเฉพาะประเทศไทยต่อไป จึงอาจกล่าวได้ว่าโครงการ WorldNexGen คือ Soft Power ที่แท้จริง
สำหรับโครงการ WorldNexGen 2026 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ กลุ่มบริษัท Hoban, บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, Nakwol Blueheart, โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน และ หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยการเรียนรู้เชิงวิชาการ การแลกเปลี่ยนด้านธุรกิจและนโยบาย การศึกษาดูงาน ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภาคเอกชนชั้นนำของประเทศไทยและเกาหลีใต้ ให้การสนับสนุนวิทยากรระดับสูงบรรยายภาคภาษาอังกฤษตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการฯ จำนวน 3 สัปดาห์ แบ่งเป็นกิจกรรมในประเทศไทย 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 7 – 17 ม.ค. 2569 และกิจกรรมที่สาธารณรัฐเกาหลีอีก 1 สัปดาห์ คือระหว่างวันที่ 1 – 7 ก.พ. 2569
โดยในส่วนของกิจกรรมในประเทศไทย นักศึกษาโครงการ WorldNexGen 2026 มีโอกาสในการเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ อาทิ ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB บริษัทกฎหมายชั้นนำระดับโลก Baker McKenzie Thailand เป็นต้น ขณะที่กิจกรรมที่สาธารณรัฐเกาหลีนักศึกษาได้เข้ารับฟังการบรรยายเกี่ยวกับภาพรวมด้านกฎหมายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่สำนักงานกฎหมายข้ามชาติชั้นนำ Jipyong LLC หนึ่งในพันธมิตรด้านการศึกษาของ KH Academy รวมถึงได้แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมที่พระราชวังคยองบก (Gyeongbokgung Palace) และเยี่ยมชมอาณาจักร SM Entertainment หนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเกาหลีใต้ที่คนไทยรู้จักดีด้วย







