
SAK โชว์กำไรปี 68 แตะ 874 ล้านบาท เคาะปันผล 0.20 บาท เดินหน้าขยายสินเชื่อต่อ
SAK โชว์ผลดำเนินงานปี 2568 ทำรายได้อยู่ที่ 3,341 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 874 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมรักษาระดับหนี้เสียให้อยู่ในเกณฑ์บริหาร ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น เดินหน้ากลยุทธ์ปี 2569 ขยายฐานลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และตั้งเป้าดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 15,500–16,000 ล้านบาท
นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ ‘ศักดิ์สยามลิสซิ่ง’ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 (มกราคม-ธันวาคม) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้รวม 3,341 ล้านบาท เติบโต 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 874 ล้านบาท เติบโต 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการวางกลยุทธ์เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 50 สาขา เป็นกว่า 1,079 สาขาทั่วประเทศ
ส่งผลต่อการขยายเข้าสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ช่วยทำให้ SAK เข้าถึงฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) ทำรายได้รวม 813 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท ลดลง 5.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยทางฤดูกาล (Seasonal Factor) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่เข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต และนำเงินมาชำระคืนค่างวดสินเชื่อตามกำหนด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
ขณะที่พอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 14,129 ล้านบาท อยู่ในระดับเดียวกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับความท้าทายทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพในระดับสูง ซึ่งกดดันความสามารถในการชำระหนี้ โดยมุ่งบริหารสินเชื่อเชิงรุก ผ่านสร้างการเติบโตจากคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ และเพิ่มความเข้มงวดการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
การคัดกรองให้สอดรับกับความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริง เพื่อบริหารความเสี่ยงเชิงรุก รักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทฯ ในระยะยาว อย่างไรก็ตามสินเชื่อที่เติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2568 ได้แก่ สินเชื่อที่ดินอยู่ที่ 1,749 ล้านบาท เติบโต 33.0% เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพอิสระในต่างจังหวัด และสะท้อนถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แม่นยำและเป็นกลุ่มที่มีหลักประกันมั่นคง ลดความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ในปีที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเป็นลำดับแรกๆ การรักษามาตรฐาน NPL ให้มีเสถียรภาพอยู่ที่ระดับ 2.7% ท่ามกลางความท้าทายด้านค่าครองชีพ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการคัดกรองลูกหนี้ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง วันนี้สถานะทางการเงินของเรามีความพร้อมสูงมาก ทั้งในแง่สภาพคล่องและเสถียรภาพ พร้อมที่จะขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพในปีหน้า” นายศิวพงศ์ กล่าว
ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2568 อัตราหุ้นละ 0.20 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11.1% จากปี 2567 ที่จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.18 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 419 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นี้ หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569
นายศิวพงศ์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ จะเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตและเคียงข้างเกษตรกรไทย ประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างโอกาสทางการเงินให้เข้าถึงระดับชุมชนอย่างแท้จริง และตอกย้ำการเป็นผู้นำสินเชื่อเพื่อสังคม สร้างรากฐาน สร้างงาน สร้างคน บริการดี มีมาตรฐาน โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการรูปแบบใหม่
ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสสร้างเติบโตผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร (Total Financial Solution) เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมรุกขยายสินเชื่อโซลาร์ รูฟท็อป ในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งขยายฐานลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อ ทั้งทะเบียนรถเป็นประกัน สินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่ และสินเชื่อที่มีที่ดินเป็นประกัน ฯลฯ ผ่านการใช้ศักยภาพการมีสาขาที่ครอบคลุมกว่า 1,079 สาขาทั่วประเทศ
ขณะที่ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อรายย่อยปี 2569 คาดการณ์ว่าจะเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อทะเบียนรถเป็นประกัน เนื่องจากความต้องการสภาพคล่องในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยยังอยู่ในระดับสูง ส่วนกลุ่มเกษตรกรความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 1/2569 อยู่ในระดับทรงตัว
เนื่องจากอยู่ในช่วงโลว์ซีซันของภาคเกษตรกรรม และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2–3/2569 ความต้องการสินเชื่อจะกลับมา เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก และด้วยการวางแผนและกลยุทธ์อย่างแข็งแกร่ง บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 15,500-16,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8-10% และรักษา NPL ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ไม่เกิน 2.5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
“ศักดิ์สยามลิสซิ่ง พร้อมยืนหยัดเคียงข้างกลุ่มเกษตรกรและประชาชนในทุกสภาวะการณ์ และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า โดยพร้อมสนับสนุนสภาพคล่องอย่างเป็นธรรม เพื่อช่วยให้เกษตรกรและคนในชุมชนสามารถเดินหน้าสร้างอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายศิวพงศ์ กล่าว

