
“เครือเจริญโภคภัณฑ์” คว้า Top 5% ด้านความยั่งยืนระดับโลกจาก S&P Global ต่อเนื่อง 5 ปี
เครือเจริญโภคภัณฑ์คว้า Top 5% กลุ่ม Industrial Conglomerates จาก S&P Global ต่อเนื่องปีที่ 5 ด้วยคะแนน 82/100 พร้อมทัพบริษัทลูก TRUE, CP ALL, CP Axtra, CPF ติดอันดับโลก ตอกย้ำผู้นำ ESG
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของกลุ่มอุตสาหกรรม Industrial Conglomerates จากการประกาศผล The Sustainability Yearbook ประจำปี 2026 โดย S&P Global ด้วยคะแนนประเมินสูงถึง 82 จาก 100 คะแนน ซึ่งนับเป็นการติดอันดับอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ทั้งนี้ ในการจัดอันดับประจำปีนี้มีบริษัทจากทั่วโลกกว่า 9,200 แห่งเข้าร่วมการประเมิน และมีเพียง 848 บริษัทเท่านั้นที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่ Sustainability Yearbook ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการประเมินที่เข้มข้น โดยในส่วนของกลุ่ม Industrial Conglomerates มีบริษัทเข้าร่วมทั้งสิ้น 95 แห่ง และมีเพียง 5 บริษัทที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดในกลุ่ม ได้แก่ Keppel (สิงคโปร์), CP Group (ไทย), Siemens (เยอรมนี), SK Inc (เกาหลีใต้) และ Metlen Energy & Metal (กรีซ)
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนายุทธศาสตร์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การที่เครือฯ ได้รับการจัดอันดับอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เชิงระบบขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการประเด็นดังกล่าวเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการความเสี่ยง และการลงทุนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
“วันนี้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการบริหารองค์กร ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว” ดร.ธีระพล กล่าว
นอกจากความสำเร็จในระดับเครือแล้ว บริษัทในกลุ่มยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมอย่างถ้วนหน้า ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation ติดอันดับ Top 1% ในกลุ่ม Telecommunication Services นอกจากนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP ALL ติดอันดับ Top 5% ในกลุ่ม Food & Staples Retailing และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra ติดอันดับ Top 5% ในกลุ่มเดียวกัน ขณะที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ติดอันดับ Top 10% ในกลุ่ม Food Products ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงการขับเคลื่อนนโยบาย ESG ที่ครอบคลุมในทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่ภาคการเกษตร อาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัล
สำหรับ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานระดับสากลที่นักลงทุนทั่วโลกให้การยอมรับและนำมาใช้ประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร โดยจะเป็นการเชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการในระยะยาว
ดังนั้น การติดอันดับ Top 5% ในครั้งนี้ จึงเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ว่าธุรกิจของไทยสามารถยืนหยัดอยู่บนมาตรฐานเดียวกับองค์กรชั้นนำระดับโลก ภายใต้เกณฑ์การประเมินที่มีความเข้มข้น และยังสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน ESG เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

