
CPF โชว์ความสำเร็จ “ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3” คว้าฉลาก Net Zero รายแรกของโลก
CPF เดินหน้าองค์กรยั่งยืน ดัน "ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3" คว้าฉลาก Net Zero รายแรกของโลกจาก อบก. ชูโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนและนวัตกรรมสีเขียว พร้อมตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ในปี 2595
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainovation) โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2595 ผ่านการดำเนินงานในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค
ล่าสุด CPF ประสบความสำเร็จในการผลักดัน “ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3” ภายใต้แบรนด์ยูฟาร์ม (U Farm) ทั้งในรูปแบบแพ็ก 4 ฟอง และแพ็ก 10 ฟอง ให้เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลาก Net Zero Product จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวมทั้งสิ้น 1,016 รายการ ฉลากลดโลกร้อนกว่า 151 รายการ ฉลากความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) จำนวน 4 รายการ และฉลาก Net Zero Product จำนวน 4 รายการ
นายสมคิด วรรณลุกขี ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ CPF เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3 ถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกในกลุ่มสินค้าประเภทไข่ไก่ของบริษัทและเป็นรายแรกของโลกที่ได้รับฉลาก Net Zero โดยบริษัทให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบระดับซูเปอร์ฟู้ด (Super Food) เพื่อนำมาพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ให้มีความเหมาะสมกับความต้องการของแม่ไก่ในแต่ละช่วงวัย ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยให้แม่ไก่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและพอดี ลดปริมาณสารอาหารส่วนเกินที่ขับออกมาในรูปแบบของเสีย เช่น ไนโตรเจนในมูลไก่ ส่งผลให้ปริมาณของเสียจากฟาร์มลดลงและได้ไข่ไก่ที่มีคุณภาพสูง
นอกจากนี้ CPF ยังได้ประยุกต์ใช้โมเดลฟาร์มสีเขียว (Green Farm) โดยนำเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงเข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ภายในฟาร์มเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก พร้อมทั้งนำแนวคิดการสร้างมูลค่าจากของเสีย (Waste to Value) มาใช้ โดยนำเปลือกไข่ที่แตกเสียหายไปผลิตเป็นสารปรับปรุงดิน รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้ดำเนินกระบวนการลดคาร์บอนอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว จะทำการชดเชยคาร์บอนในส่วนที่ไม่สามารถลดได้ด้วยคาร์บอนเครดิตจากการสนับสนุนโครงการปลูกป่า
กระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบดังกล่าว ได้ช่วยยกระดับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3 ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ทั้งในด้านคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย โดยผลิตภัณฑ์มีปริมาณโอเมก้า 3 สูงกว่าไข่ไก่ทั่วไปถึง 5 เท่า อุดมไปด้วย DHA วิตามินอี และไอโอดีน ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพหัวใจและสมอง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถมั่นใจในกระบวนการผลิตต้นทางที่ผ่านการคัดเลือกแม่ไก่สายพันธุ์ดี การให้อาหารที่มีคุณภาพ และการเลี้ยงด้วยระบบปล่อยอิสระภายในโรงเรือน (Cage Free) ที่ส่งเสริมสุขภาพของแม่ไก่ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) โดยปราศจากการใช้ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะตลอดกระบวนการเลี้ยง
“ก้าวสำคัญของไข่ไก่เบญจาโอเมก้า 3 สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ Net Zero ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าภาคปศุสัตว์สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเกื้อกูล ซึ่ง CPF ไม่ได้มองเพียงแค่ผลกำไรทางธุรกิจ แต่เราให้ความสำคัญถึงความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของคนรุ่นต่อไปในอนาคต โดยบริษัทพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายองค์กร Net Zero ภายในปี 2595 เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ขึ้นในทุกคำที่บริโภค” นายสมคิด กล่าวทิ้งท้าย

