
CPAXT ชูโมเดล ESG ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน ตั้งเป้าขยะฝังกลบเป็นศูนย์ปี 73
CPAXT ชูความสำเร็จการผสาน ESG เข้ากับธุรกิจในทุกมิติ ทั้งลดขยะตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หวังเป้าขยะฝังกลบเป็นศูนย์ปี 2573 หนุนมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 65 ลบ. พร้อมคว้าเรตติ้ง ESG ระดับโลก
การดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบความยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, and Governance) ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการรายงาน ภาพลักษณ์ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่ทำแล้วจบไป แต่คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและการลดความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว โดยเวที World Economic Forum ปี 2026 ได้สะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่อาจแยกออกจากความยั่งยืนได้อีกต่อไป องค์กรธุรกิจยุคใหม่จึงต้องตั้งคำถามสำคัญว่า จะสามารถผนวก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจจริงในทุกวันได้อย่างไร
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ “แม็คโคร” และ “โลตัส” ถือเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่โดดเด่นในการนำ ESG มาผสานเข้ากับโมเดลธุรกิจอย่างแท้จริง ผ่านการลงมือทำให้เป็นเนื้อเดียวกับการดำเนินงานในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
ในส่วนของการจัดการ “ต้นน้ำ” CPAXT ให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิดขยะตั้งแต่ต้นทางและลดต้นทุนที่ซ่อนอยู่ โดยมองว่าสินค้าที่สูญเสียก่อนถึงมือลูกค้าคือต้นทุนที่ไม่สร้างมูลค่า จึงร่วมมือกับผู้ผลิตพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุสินค้า พร้อมนำระบบ Demand Forecast มาใช้คาดการณ์ความต้องการสั่งซื้อในแต่ละสาขาอย่างแม่นยำ เพื่อลดการสต็อกสินค้าเกินความจำเป็น ควบคู่ไปกับการใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิและการแพ็กสินค้าเพื่อรักษาคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการลดของเสีย ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และสะท้อนโดยตรงต่อผลประกอบการรวมถึงผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น
สำหรับการบริหารจัดการ “กลางน้ำ” บริษัทฯ ได้เปลี่ยนของที่เหลือให้กลับมามีคุณค่า โดยใช้ระบบลดราคาป้ายเหลืองเพื่อเร่งการขายและลดโอกาสการเกิดขยะอาหาร (Food Waste) ในสาขา ควบคู่กับการจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีผ่านโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” ซึ่งจะคัดกรองคุณภาพอาหารส่วนเกินในช่วงบ่ายของทุกวันเพื่อส่งต่อไปยังกลุ่มเปราะบาง ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มการเข้าถึงอาหารคุณภาพในสังคม
ขณะที่การจัดการ “ปลายน้ำ” มุ่งเน้นเป้าหมายขยะทุกชิ้นต้องมีปลายทางที่มีคุณค่าและไม่จบที่หลุมฝังกลบ ภายใต้โครงการ “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน” โดยวัสดุที่รีไซเคิลได้ เช่น พลาสติกและลังกระดาษ จะถูกนำไปแปรรูปเป็นสินค้าใหม่ อาทิ ถุงขยะและกล่องพัสดุ ส่วนขวดพลาสติกถูกนำไปผลิตเป็นเสื้อนักเรียนส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลนกว่า 10,000 คนต่อปี ด้านขยะอาหารจะถูกนำไปเลี้ยงสัตว์และต่อยอดด้วยนวัตกรรมแมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly) ขณะที่ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) สำหรับภาคอุตสาหกรรม
จากปรัชญาที่มองผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นหุ้นส่วนของการเติบโต ทำให้ตลอดปีที่ผ่านมา CPAXT สามารถบริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยสามารถลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบได้กว่า 31,700 ตัน พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริงจากอาหารส่วนเกินและวัสดุรีไซเคิล คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในการสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนกว่า 65 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ภายในปี 2030
แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ CPAXT ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสามารถคว้าคะแนน S&P Global CSA ที่ 88/100 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลกในอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับสูงสุดที่ “AAA” สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่คือเนื้อเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกวัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ พร้อมดูแลทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่ความไว้วางใจจากทุกภาคส่วน อันเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

