“เอ็กซ์สปริง” ชี้เงินไหลเข้าหุ้นเทคญี่ปุ่น ดัน X-JPTOPTECH ยีลด์แรง 10% เพียง 2 สัปดาห์

บลจ.เอ็กซ์สปริง มองเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยีญี่ปุ่นต่อเนื่อง จากความต้องการใช้งาน AI-Data เพิ่มขึ้น ดันผลตอบแทนกองทุน X-JPTOPTECH พุ่งเกือบ 10% ภายใน 2 สัปดาห์หลังเปิดขายครั้งแรก


นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) เปิดเผยว่าเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) สำหรับ “กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นญี่ปุ่น ท็อปเทคโนโลยี (X-JPTOPTECH)” โดยหลังจากเปิดกองทุนไปได้เพียง 2 สัปดาห์ ล่าสุดสร้างผลตอบแทนโดดเด่นกว่า 9.93% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เม.ย. 69) สะท้อนแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่หลุดจาก Lost Decade หรือกับดักเงินฝืดที่กดทับเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แรงหนุนจากรัฐบาลใหม่ที่นำโดย ซานาเอะ ทาคาอิจิ และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ Robotics ซึ่งปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับเทรนด์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

โดยมีแรงหนุนหลักจากความต้องการใช้งานชิปประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากเทคโนโลยี AI และ Data Center ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมและกำลังการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการผลิตชิป เช่น แผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน (Silicon Wafer) และสารไวแสง (Photoresist) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ดังกล่าว

“ญี่ปุ่นมีปัจจัยที่ดึงดูดเงินลงทุนหลายด้าน ทั้งเงินเยนที่อ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนการเข้ามาซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นถูกลง นอกจากนี้ปัจจัยความขัดแย้งในการช่วงชิงความเป็นเบอร์ 1 ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ จีนถูกสกัดกั้นจากการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนสหรัฐฯ ก็มีอุปสรรคด้านค่าแรงที่สูงมาก ดังนั้นสปอตไลต์จึงมาหยุดที่ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็น “จุดสมดุล” ที่ปลอดภัยที่สุดในสายตานักลงทุน รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ทุ่มงบมหาศาลดึงโรงงานผลิตชิปกลับมาตั้งในประเทศ เช่น โรงงาน TSMC ที่คุมาโมโตะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินกลับเข้าญี่ปุ่น ดังนั้นกองทุน X-JPTOPTECH จึงมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นตามปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวมา” นายยศกร กล่าว

สำหรับกองทุน X-JPTOPTECH เป็นกองทุนรวมประเภทฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Global X Japan Tech Top 20 ETF (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินเยน (JPY) เพียงกองทุนเดียวของไทย โดยลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี FactSet Japan Tech Top 20 Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงที่มีนโยบายเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ 20 บริษัท เช่น Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Advantest Corp ผู้ผลิตระบบทดสอบคุณภาพเซมิคอนดักเตอร์ Keyence ผู้นำด้านการผลิตเซ็นเซอร์ในอุตสาหกรรม และรวมถึงบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิงอย่าง Sony Group และ Nintendo อีกทั้งกองทุนยังมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยในปัจจุบันป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเกือบเต็มจำนวน

ทั้งนี้ กองทุน X-JPTOPTECH เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปและเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในระยะยาว นักลงทุนที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์การลงทุน รวมถึงซื้อกองทุนได้ผ่าน แอปพลิเคชัน XSpring

Back to top button