
XPG คงเป้ารายได้ปี 69 ทะลุ 1.1 พันลบ. ชู KTX ครองแชมป์ DR มาร์เก็ตแชร์ 20%
XPG มั่นใจปี 2569 กวาดรายได้ 1.1 พันล้านบาท ชู KTX นั่งแท่นเบอร์ 1 ตลาด DR มาร์เก็ตแชร์ 20% พร้อมเดินหน้ารุกกองทุน AI-Data Center และ ICO Portal รับกระแสสินทรัพย์ดิจิทัล-RWA เติบโตต่อเนื่อง
นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1,100 ล้านบาท โดยแม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยในไตรมาส 1 ปี 2569 จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย ตามยอดสินเชื่อคงค้างที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่บริษัทได้รับแรงหนุนสำคัญจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49.71 ใน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ KTX ซึ่งธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Brokerage) สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มทยอยฟื้นตัว
ขณะเดียวกัน รายได้จากกลุ่มธุรกิจที่มิใช่นายหน้า (Non-Brokerage) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะธุรกิจตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) ที่ได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมาคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นเอเชียที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ รวมถึงดัชนี Nasdaq 100 และ S&P 500 ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัท Nvidia ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้นักลงทุนรุ่นใหม่หันมากระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น และช่วยผลักดันให้ XPG ครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในธุรกิจ DR เป็นอันดับ 1 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 พร้อมทั้งมีแผนเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมภายในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งผ่าน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpring AM โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทุนใหม่ๆ ภายใต้ธีมการลงทุนที่สอดรับกับเมกะเทรนด์ของโลก เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) หลังจากที่กองทุนซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ อาทิ กองทุน X-NUCTECH, X-EMBOND, X-QUANTUM และ X-JPTOPTECH ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว “กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง อิเล็คทริฟิเคชัน อิควิตี้ (X-VOLT)” ซึ่งเน้นการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ทางด้านธุรกิจวาณิชธนกิจที่ดำเนินงานผ่าน บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด หรือ XSpring Digital มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะจากธุรกิจผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) หลังจากประสบความสำเร็จในการเสนอขาย “Aquarous Investment Token” ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่มีลักษณะคล้ายตราสารหนี้ ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มเข้ามาปรึกษาเพื่อนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล (Real World Asset หรือ RWA) มากยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของการระดมทุนรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างสูงในตลาด
ทั้งนี้ XPG ประเมินว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงก่อนหน้านี้จะได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อที่เข้ามากดดันต้นทุนการดำเนินธุรกิจและการลงทุน แต่สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงคาดการณ์ว่าไตรมาส 1 ปี 2569 อาจเป็นจุดต่ำสุดของอุตสาหกรรมการเงินและการลงทุนแล้ว โดยเชื่อมั่นว่าความต้องการด้านการบริหารความมั่งคั่งและการลงทุนจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจสินเชื่อที่อาจชะลอตัวลงในระยะสั้น จากการที่ภาคเอกชนชะลอการกู้ยืมเพื่อรอความชัดเจนทางเศรษฐกิจนั้น มองว่าเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และมีโอกาสที่จะกลับมาฟื้นตัวได้ในระยะถัดไปเมื่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจกลับคืนมา
สำหรับผลการดำเนินงานของ XPG ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 50 ล้านบาท ลดลง 13 ล้านบาท หรือปรับตัวลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 239 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ 66 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ย 126 ล้านบาท รายได้จากกำไรที่เกิดจากการลงทุน 13 ล้านบาท รายได้จากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทย่อยที่ไปลงทุน 1,348,500 บาท และรายได้อื่นๆ อีกจำนวน 5,309,874 บาท

