
“ดีอี-ไปรษณีย์ไทย” แท็กทีม “พาณิชย์” จัดทัพรถพุ่มพวง-หนุนขนส่งฟรี ดัน OTOP ฟื้นเศรษฐกิจ
“ไปรษณีย์ไทย” ขานรับนโยบายรัฐ จับมือกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” กระจายสินค้าราคาประหยัดผ่านที่ทำการฯ และรถเร่ เล็งปูพรมทั่วประเทศ พ.ค.นี้ พร้อมหนุน OTOP-SMEs ฟรีค่าส่งและงดเก็บ GP
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มุ่งขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ พร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ โดยใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นกลไกหลักในการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่
ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการกระจายและจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ การจำหน่ายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ และการจำหน่ายส่งผ่านรถเร่ (รถพุ่มพวง) เพื่อนำไปกระจายต่อในชุมชน โดยนำกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำยาซักผ้า และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด มากำหนดราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม
สำหรับโครงการดังกล่าว ได้ตั้งเป้าหมายกระจายสินค้าผ่านรถเร่ประมาณ 3,800 คัน และขยายตลาดชุมชนเพิ่มเติมกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศกว่า 4 ล้านคน โดยในระยะแรกจะเริ่มดำเนินการผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 120 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ก่อนขยายครอบคลุมสู่ระดับอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการสนับสนุนนำสินค้า OTOP และกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ควบคู่ไปกับความร่วมมือบนแพลตฟอร์มชั้นนำ อาทิ Shopee, Lazada, TikTok, LINE MAN และ Grab โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมาณ 2,000 ราย รวมสินค้ากว่า 600,000 รายการ ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับการสนับสนุนค่าขนส่ง 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียม (GP) เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและขยายช่องทางรายได้
ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยยังได้ร่วมดำเนินโครงการ “กล่องผลไม้ DIT” เพื่อช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตร โดยจัดทำกล่องผลไม้จำนวน 300,000 กล่อง และสนับสนุนตะกร้าผลไม้จำนวน 35,000 ใบ เพื่อรองรับการกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตส่งตรงสู่มือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
“ไปรษณีย์ไทยมีความมุ่งมั่นในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ที่ไม่เพียงให้บริการด้านการขนส่ง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยโครงการไทยช่วยไทยถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวปิดท้าย

