
UBE ผงาดเวที THAIFEX 2026 โชว์ศักยภาพผู้นำ Organic Ingredient
UBE ผงาดเวที THAIFEX 2026 โชว์ศักยภาพผู้นำ Organic Ingredient ในตลาดโลก ปักธงความสำเร็จแป้งและฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิก สร้างปรากฏการณ์เจรจาคู่ค้าคึกคัก
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า UBE Group ได้นำ บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด (UBS) บริษัทในเครือ เข้าร่วมงาน “THAIFEX-ANUGA ASIA 2026” งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
โดยนำศักยภาพนวัตกรรมด้านวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังอินทรีย์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (high-value products) จากวัตถุดิบทางการเกษตรได้รับมาตรฐานการผลิตสินค้าและมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล ที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกโดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อตอกย้ำทิศทางการดำเนินธุรกิจสู่การเป็นผู้นำด้าน Organic Ingredient สำหรับตลาดโลก
ภายในงาน “THAIFEX-ANUGA ASIA 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 -30 พฤษภาคม 2569 UBE Group ได้เปิดโซนโชว์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ทั้งแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิก, ฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์จาก “Tasuko” ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกลูเตนฟรี (Gluten Free) ปราศจากการตัดแต่งพันธุกรรม (Non-GMO) พร้อมตอบสนองความต้องการของทั้งกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและผู้บริโภคทั่วโลก ที่กำลังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ขณะที่ไฮไลต์ของการนำเสนอนวัตกรรมในปีนี้ที่ได้รับความสนใจอย่างคับคั่งทั้งจากกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คือการต่อยอดจากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิก สู่สารให้ความหวานออร์แกนิก (Organic Sweetener) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกที่กำลังมองหาวัตถุดิบสารให้ความหวานจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลด้านคาร์บอนได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นก้าวแรกการขยายโอกาสธุรกิจมันสำปะหลังคุณภาพสูงสู่ห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Premium Pet Food)
ส่วนไฮไลต์ที่สำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Carbon Footprint Organization (CFO) โชว์ความสำเร็จได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ครอบคลุมผลิตภัณฑ์รวม 5 บรรจุภัณฑ์ ได้แก่ แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิก 3 ขนาด และฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิก 2 ขนาด สะท้อนถึงแนวทางการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงมือผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
“UBE Group มุ่งพัฒนาธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และการดูแลสิ่งแวดล้อม การได้รับการรับรอง CFP ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยสะท้อนความตั้งใจของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน โดยปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจสินค้าอินทรีย์ของ UBS สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว 90.58% เมื่อเทียบกับปีฐาน และยังตั้งเป้าลดเพิ่มเติมอีก 17% ภายในปี 2569 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2573” นางสาวสุรียส กล่าว
บรรยากาศภายในบูธหมายเลข 10-NN27 โซน Fine Food Hall 10 ตลอด 3 วันของการจัดงาน นับเป็นโอกาสอันดีในการพบปะคู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจจากนานาประเทศ ที่เข้าร่วมเจรจาและแลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ขยายตลาดสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในยุโรปและอเมริกา และสร้างการรับรู้ ในฐานะผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังออร์แกนิกแบบครบวงจร ซึ่งได้รับความสนใจกลุ่มผู้ประกอบการ (B2B) จากทั่วโลกครอบคลุมทั้งทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป
นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมสาธิตการทำเมนูเบเกอรี่ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้กับคู่ค้าและผู้บริโภค ซึ่งได้รับความสนใจอย่างคับคั่งจากผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและต่างประเทศแวะเยี่ยมชม ได้ทดลองชิมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “Tasuko” อย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิก แป้งทำเบเกอรี่ และแป้งทอดกรอบ ซึ่งล้วนพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพ ควบคู่กับความสะดวกในการบริโภค
การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของ UBE และ UBS ในการต่อยอดนวัตกรรมจากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ไทยสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำด้าน Organic Ingredient ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก นอกจากนี้ UBE Group ยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization) ควบคู่กับการตรวจสอบข้อมูลด้านคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดรับกับมาตรฐานการค้าสากลที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ตลาดสากลบนพื้นฐานของความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว ที่สร้างคุณค่าร่วมกันทั้งต่อเกษตรกร คู่ค้า ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

