“เครือซีพี” คว้ารางวัลวิจัยเด่น “ซั้งบ้านปลายางพารา” ฟื้นฟูทะเลไทยอย่างยั่งยืน

เครือเจริญโภคภัณฑ์คว้ารางวัลการนำเสนอผลงานยอดเยี่ยม จากนวัตกรรม “ซั้งบ้านปลายางพารา” ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่พื้นที่ชายฝั่งทั่วประเทศภายในปี 2569


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ซึ่งตรงกับ “วันทะเลโลก” (World Oceans Day) วันที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ตอกย้ำบทบาทด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเสนอผลงานวิจัยที่มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมี นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนางสาวชญานี บุญสน เป็นตัวแทนเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและนิเวศวิทยา ในงาน “การประชุมวิชาการระดับชาติ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2” (EN Sustainable Development National Conference #2) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งานวันสิ่งแวดล้อมโลก ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ทั้งนี้ ผลงานวิจัยเรื่อง “การประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรมซั้งบ้านปลาจากยางพาราเพื่อความยั่งยืนทางทะเล” ได้รับรางวัล “การนำเสนอผลงานยอดเยี่ยม” ประเภท Oral Presentation

สำหรับผลงานดังกล่าวเป็นการพัฒนาแหล่งอาศัยจำลองสำหรับสัตว์น้ำโดยใช้วัสดุยางพารา ซึ่งมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ โดยนวัตกรรมดังกล่าวช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชายฝั่ง ทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และมีส่วนช่วยฟื้นฟูทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ไขข้อจำกัดของซั้งแบบดั้งเดิม ทั้งปัญหาไมโครพลาสติกจากเชือกสังเคราะห์ และอายุการใช้งานที่จำกัดของซั้งทางมะพร้าว

ความสำเร็จของผลงานวิจัยดังกล่าวสะท้อนถึงการได้รับการยอมรับในระดับชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) รวมถึงเป้าหมายด้าน Carbon Neutrality และ Net Zero ในอนาคต

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์มีแผนขยายผลโครงการ “ซั้งบ้านปลาจากยางพารา” ให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามันภายในปี 2569 พร้อมเดินหน้าดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขอรับอนุสิทธิบัตร และต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานในวงกว้างต่อไป

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม

Back to top button