
“ไปรษณีย์ไทย” หนุนอีคอมเมิร์ซส่งออกยุโรป ลด “ePacket DDP” 20% ถึง 31 ต.ค.
ไปรษณีย์ไทยลุยหนุนผู้ประกอบการออนไลน์ส่งออกยุโรป ลดค่าจัดส่ง ePacket DDP 20% สูงสุด 5 กก./ชิ้น พร้อมเพิ่ม Etsy-Pinkoi รวมเป็น 5 แพลตฟอร์ม ช่วยจัดการภาษีนำเข้าตั้งแต่ต้นทาง
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่จำหน่ายสินค้าผ่าน Marketplace ต่างประเทศในทวีปยุโรป โดยขยายระยะเวลาแคมเปญ ePacket DDP มอบส่วนลดค่าจัดส่ง 20% สำหรับสมาชิก POST Family ทุกชิ้น ทุกพิกัดน้ำหนักสูงสุด 5 กิโลกรัมต่อชิ้น ผ่าน 5 แพลตฟอร์มที่เข้าร่วม ได้แก่ eBay, Shopify, WooCommerce, Etsy และ Pinkoi ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ช่วงปลายปีถือเป็นช่วงสำคัญของผู้ค้าออนไลน์ โดยเฉพาะร้านค้าที่มีฐานลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านสินค้า การตลาด และการจัดส่ง เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซัน
ทั้งนี้ การบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ต่อชิ้นถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนราคาและรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ ไปรษณีย์ไทยจึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านแคมเปญ ePacket DDP โดยมอบส่วนลด 20% สำหรับสมาชิก POST Family ในการจัดส่งพัสดุไปยัง 15 ประเทศในสหภาพยุโรป ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม ไซปรัส เช็กเกีย เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และโรมาเนีย
สำหรับบริการ ePacket DDP เป็นโซลูชันจัดส่งสินค้ารายชิ้นข้ามแดนที่ช่วยบริหารจัดการภาษีนำเข้าตั้งแต่ต้นทาง ลดความซ้ำซ้อนของค่าใช้จ่ายปลายทาง และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณต้นทุนต่อชิ้นได้ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังขยายการเชื่อมต่อ Marketplace จากเดิม eBay, Shopify และ WooCommerce โดยเพิ่ม Etsy และ Pinkoi เข้ามาเสริมเป็น 5 แพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการและร้านค้าออนไลน์ในการเข้าถึงตลาดยุโรปมากขึ้น
ไปรษณีย์ไทยระบุว่า ปัจจุบันสินค้าที่จัดส่งไปยังยุโรปมากที่สุดเป็นกลุ่มสินค้าอีคอมเมิร์ซ เช่น เครื่องประดับ ของสะสม และอะไหล่ยนต์ขนาดเล็ก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 56% ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนประมาณ 44%
ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมด้านสินค้า การตลาด และการบริหารต้นทุน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันสำคัญของตลาดต่างประเทศ

