4 หุ้นอสังหาฯฟอร์มแจ่ม Backlog-ปันผลสูงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนกำไร Q1/59

บล.เอเซีย พลัส แนะนำ4 หุ้นอสังหาฯฟอร์มแจ่ม Backlog-ปันผลสูง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนกำไร Q1/59


บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (13 ม.ค.) ว่า หลังภาครัฐฯได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นต่างๆ ไม่ว่าจะกระตุ้นการใช้จ่ายตอนปลายปี  (25-31 ธ.ค. 2558) โดยเฉพาะมาตรการนำค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท พบว่าได้ผลตอบรับในเชิงบวกเป็นอย่างมาก สะท้อนจากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบสูงราว 1.39 แสนล้านบาท สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 1.25 แสนล้านบาท และหนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ฟื้นตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

ส่วนมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะสิ้นสุด 30 เม.ย.59 นับจากที่ประกาศใช้ 29 ต.ค.58 (ยกเว้นผู้ซื้อบ้านหลังแรก ที่มีมูลค่าไม่ 3 ล้านบาท ให้นำค่าซื้อไม่เกิน 20% ของมูลค่าซื้อบ้าน ไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 5 ปีภาษีนับจากปี 2558) คาดว่าน่าจะเห็นผลบวกต่องบการเงินของบริษัทจดทะเบียนนับตั้งแต่ไตรมาส 4/58 แต่น่าจะชัดเจนในไตรมาส 1/59 เป็นต้นไป

ทั้งนี้แม้ว่าในปี 2558 Presale ของหลายบริษัทที่เริ่มเปิดเผยออกมาจะพลาดเป้าไปจากหลายสาเหตุ นำโดย PS และ LPN ต่ำกว่าเป้าหมาย 10% และ 15% ตามลำดับ แต่เชื่อว่าผลประกอบการของกลุ่มอสังหาฯ ในไตรมาส 4/58 จนถึงไตรมาส 1/59 จะโดดเด่นด้วยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมการโอนฯ และจดจำนองที่มีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นเดือน เม.ย.59 ประกอบการผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาล น่าจะกระตุ้นการโอนฯให้สูงขี้น

โดยบริษัทที่ได้ประโยชน์มาก คือ บริษัทที่มี Backlog สูง หรือมีสินค้าที่คาดว่าจะสร้างเสร็จทันภายในอายุมาตรการดังกล่าว ซึ่งมีอยู่หลายบริษัท แต่สำหรับการคัดกรองหุ้นเพื่อการลงทุน ฝ่ายวิจัยได้เพิ่มเงื่อนไขเรื่อง Dividend Yield เข้าไปประกอบด้วย ซึ่งทำให้ได้หุ้นที่น่าสนใจ 4 บริษัท ได้แก่ PS, LPN, SPALI และ SC

 

PS (ราคาเป้าหมาย 36 บาท) พอร์ตสินค้าประกอบด้วยบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูง 54% ขณะที่สถานะ Backlog สิ้นไตรมาส 3/58 มีมากถึง 3.54 หมื่นล้านบาท แยกเป็นส่วนที่สร้างเสร็จเริ่มโอนฯ ในไตรมาส 4/58 มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท จากคอนโดฯ ใหม่ 4 โครงการ ซึ่งมียอดขายแล้ว 6.2 พันล้านบาท คาดหนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 4/58 สูงสุดของปี

นอกจากนี้ด้วยความพร้อมในเรื่องฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 33% เป็น 50% ของฐานกำไรในอนาคต ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ Dividend Yield สูงกว่าปัจจุบันที่ยืนเฉลี่ย 4% ต่อปี (บนสมมุติฐาน Dividend Payout Ratio 33% EPS Growth ปี 2559 5%)

SPALI (ราคาเป้าหมาย 28.59 บาท) มีพอร์ตสินค้าราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% และมี Backlog สิ้นไตรมาส 3/58 รวม 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นส่วนที่จะรอรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/58 ประมาณ 7 พันล้านบาท ซึ่งจะหนุนให้ไตรมาส 4/58 โดดเด่นสุดของปีเช่นกัน ด้าน Dividend Yield น่าพอใจระดับ 6.3% และ PER ซื้อขายต่ำเพียง 6.5 เท่า EPS Growth ปี 2559 4%

LPN (ราคาเป้าหมาย 19.20 บาท) มีสัดส่วนพอร์ตสินค้าเกือบทั้งหมดต่ำกว่า 3 ล้านบาท และมีโครงการคอนโดฯ ที่จะสร้างเสร็จพร้อมโอนฯ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 59 รวมถึง 6 โครงการจากทั้งปี 9 โครงการ ซึ่งบริษัทมีแผนเร่งโอนฯ ให้ทันช่วง 4 เดือนแรกของปี 59 เพื่อสร้างยอดโอนฯ ให้ได้สูงถึง 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 57% ของเป้ารายได้ขายอสังหาฯ ทั้งปี พร้อมคาดหวัง Dividend Yield สูงถึง 6% EPS Growth ปี 2559 12%

SC (ราคาเป้าหมาย 4.56 บาท) คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/58 สูงสุดของปี และจะต่อเนื่องในไตรมาส 1/59 เนื่องจากมีโครงการคอนโดฯ ใหม่พร้อมโอนฯ อีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 5.6 พันล้านบาท ขายได้แล้ว 82% แถมราคาหุ้นมี PER ต่ำ 6.3 เท่า อีกทั้ง Dividend Yield สูงระดับ 6.4% EPS Growth ปี 2559 12%

 

ที่มา: บทวิเคราะห์ Market Talk บล.เอเซีย พลัส

Back to top button