โบรกเชียร์ซื้อ NER เป้า 5.30 บาท ชี้ครึ่งปีหลังรายได้นิวไฮ รับราคายางพุ่ง

โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" NER เคาะเป้า 5.30 บาท มั่นใจครึ่งปีหลังผลงานผงาด! รับอานิสงส์ราคายางพุ่งแรงบวกปัจจัยเอลนีโญหนุน แม้งบไตรมาส 1/69 อาจชะลอตัวชั่วคราว


บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ (Liberator) เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางผลประกอบการของ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER โดยคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/26 จะยังไม่โดดเด่น เนื่องจากยังไม่ได้รับผลบวกจากการปรับตัวขึ้นของราคายางพารา อย่างไรก็ตาม คาดว่าบริษัทจะเริ่มได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากราคายางตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/26 เป็นต้นไป

สำหรับในไตรมาส 1/26 คาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 7,183 ล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปริมาณการขายที่ 123,000 ตัน ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 8.5% แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดว่าเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

ทั้งนี้ ประเมินว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 278 ล้านบาท ลดลง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีรายการพิเศษเป็นผลขาดทุนประมาณ 42 ล้านบาท ซึ่งมาจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 236 ล้านบาท ลดลง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/26 คาดว่าการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ปริมาณการขายอาจหดตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูปิดกรีดยาง แต่บริษัทจะเริ่มได้รับผลบวกจากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการผลการดำเนินงานไว้ตามเดิม โดยประเมินว่าราคายางที่เพิ่มสูงขึ้นจะทยอยส่งผลดีต่อการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีเป็นต้นไป นอกจากนี้ แนวโน้มราคายางยังคงอยู่ในระดับสูงจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และต้องติดตามสถานการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคายางอีกครั้ง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ตามรอบการปรับขึ้นของราคายาง โดยประเมินราคาเหมาะสมของ NER ปี 2569 ไว้ที่ 5.30 บาทต่อหุ้น (อิง P/E ที่ 6.0 เท่า) ซึ่งยังมีอัปไซด์ (Upside) 14.7% จากราคาปิดล่าสุดที่ 4.62 บาท พร้อมระบุว่าบริษัทยังคงมีการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CG Report) ระดับ 5 ดาว (Excellent) และเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) รวมถึงได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ที่ระดับ AAA

Back to top button