ระทึกอีกรอบ! ศรีลังกาพบระเบิดเพิ่ม87ลูก ยอดดับพุ่ง310ราย ขึ้นแท่นเหตุโจมตีแรงสุดในเอเชีย

ระทึกอีกรอบ! ศรีลังกาพบระเบิดเพิ่ม87ลูก ยอดดับพุ่ง310ราย ขึ้นแท่นเหตุโจมตีแรงสุดในเอเชีย


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศของศรีลังกา เริ่มมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการจับกุม และสอบปากคำผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ยังเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดกลัว ท้องถนนกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลกลับมาใช้มาตรการเคอร์ฟิวรอบใหม่เมื่อวานนี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์

โดยหลายฝ่ายยังกังวลว่าอาจมีเหตุโจมตีรอบใหม่ตามมาอีก ซึ่งเมื่อวานนี้ มีรายงานเหตุระเบิดอีก 1 ครั้ง ที่รถตู้สีขาวซึ่งจอดอยู่ใกล้กับโบสถ์เซนต์แอนโทนีในกรุงโคลัมโบ โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปเก็บกู้ เคราะห์ดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ตำรวจยังพบระเบิดที่คนร้ายซุกซ่อนไว้ที่สถานีขนส่งเพิ่มอีก 87 ลูก

สำหรับความคืบหน้าการสืบสวนตอนนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 40 ราย พร้อมยืนยันว่าเหตุระเบิดทั้งหมดเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่ม NTJ ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงในพื้นที่ และคาดว่าคนร้ายน่าจะได้รับความสนับสนุนจากกลุ่มต่างชาติด้วย อีกหนึ่งประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง คือ การประสานงานที่ล้มเหลวระหว่างรัฐบาลกับหน่วยข่าวกรอง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุโจมตีรุนแรงครั้งนี้ เนื่องจากมีรายงานว่าหน่วยข่าวกรองของศรีลังกาส่งรายงานถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการก่อเหตุรวมถึงรายชื่อผู้ต้องสงสัยไปยังกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ยืนยันว่า คณะรัฐบาลไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้แล้ว

ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 310 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติประมาณ 39 ราย จากอย่างน้อย 12 ประเทศ อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 คน ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้เหตุวินาศกรรมครั้งนี้้กลายเป็นเหตุโจมตีที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในเอเชีย โดยมียอดผู้เสียชีวิตแซงหน้าเหตุระเบิดไนต์คลับบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002 และเหตุวางระเบิดโจมตีระบบรถไฟในเมืองมุมไบ เมื่อปี 2006

Back to top button