STGT กับเสี่ยยักษ์

วันที่ 1 ก.ค. 63 ช่วงเย็นหลังตลาดหุ้นปิด ผมโทรไปหาเสี่ยยักษ์ “วิชัย วชิรพงศ์” นักลงทุนรายใหญ่


ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

วันที่ 1 ก.ค. 63 ช่วงเย็นหลังตลาดหุ้นปิด ผมโทรไปหาเสี่ยยักษ์ “วิชัย วชิรพงศ์” นักลงทุนรายใหญ่

ผมถามเกี่ยวกับประเด็น การลงทุนในหุ้น บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) STGT ของเสี่ยยักษ์ (22.2 ล้านหุ้น หรือ 1.55%)

รายละเอียดของเนื้อหาได้มีการนำเสนอใน “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ฉบับวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่หุ้น STGT เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก

อย่างที่รับทราบกันไปแล้ว

วันแรกที่ STGT เข้าเทรด

ราคาปิด 60.50 บาท เพิ่มขึ้น 26.50 บาท เปลี่ยนแปลง +77.94% จากราคาไอพีโอ 34.00 บาท

มูลค่าการซื้อขายวันนั้น ต้องใช้คำว่า “สนั่นทุ่ง” หรือ 17,255.29 ล้านบาท

วันแรกของการซื้อขาย มีบิ๊กล็อต 3 รายการ จำนวน 2.6 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 101.70 ล้านบาท

ทั้งหมด เทรดในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 39.12 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีบิ๊กล็อตมาจาก STGT-F จำนวน 1 รายการ จำนวน 16.5 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 561.00 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 34.00 บาท

ทว่า บิ๊กล็อตที่อกมา ไม่ได้ทำให้หุ้นทรุดตัว

ในทางกลับกัน ยังมีวอลุ่มเข้ามาหนาแน่น และราคาหุ้นยังพุ่งต่อ จนเกือบปิด High ของวัน (60.75 บาท)

วันที่สองของการเข้าซื้อขายของ STGT

ราคาหุ้นยังวิ่งขึ้นอีก แม้จะมีบิ๊กล็อตเข้ามา 2 รายการ จำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 660 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 66.00 บาท

แต่ราคาหุ้นยังทะยานไปต่อได้ ปิดบวก 7.25 บาท มาที่ 67.75 บาท เปลี่ยนแปลง +11.98%

และมูลค่าการซื้อขายยังสนั่นทุ่ง หรือกว่า 11,478.2 ล้านบาท

ราคาหุ้นที่ขึ้นมาอย่างร้อนแรง

นักลงทุนต่างพากันเรียกจาก “หุ้นถุงมือยาง” มาเป็น “หุ้นถุงมือทองคำ” ไปแล้ว

ส่วนบางคนตั้งคำถามว่า วันนี้ (7 ก.ค.) ราคา STGT จะไปต่อหรือไม่

แล้วนักลงทุนรายใหญ่อย่าง “เสี่ยยักษ์” จะขายออกมาหรือไม่

จริง ๆ แล้ว คำถามนี้ ผมอยากจะถามเสี่ยยักษ์ในวันที่โทรไปสัมภาษณ์เหมือนกันครับ

แต่ก็เปลี่ยนใจ “ไม่ถาม”

เพราะก่อนหน้านี้เคยสัมภาษณ์เสี่ยยักษ์อยู่แล้วครั้ง เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นต่าง ๆ

ประกอบกับ เคยอ่านบทสัมภาษณ์ และการเขียนเทคนิคการลงทุนในตลาดหุ้น

เลยคิดว่าน่าจะพอทราบแนวคำตอบอยู่

เช่น ครั้งหนึ่ง เคยถามเสี่ยยักษ์ว่า ทำไมเข้าไปลงทุนในหุ้นตัวนี้ แล้วในที่สุดขายออกมา

เขาบอกว่า “นกไม่เกาะ” ครับ

คำว่านกไม่เกาะ ก็น่าจะหมายถึง ไม่ค่อยมีนักลงทุนรายย่อยเข้าไปลงทุนในหุ้นตัวนั้น

ผมจึงคาดเดาเองว่า เสี่ยยักษ์ และกลุ่มนักลงทุนที่ใกล้ชิดกับเขา (ได้รับจัดสรรหุ้น STGT ด้วย) น่าจะพอใจกับการที่ STGT มีวอลุ่มเทรด และรายย่อยเข้ามาลงทุนกันจำนวนมาก

(นอกเหนือจากพื้นฐานของ STGT ที่ “แน่น” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว)

การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น STGT จึงน่าจะคล้าย ๆ กับ BAM ที่มีนักลงทุนรายใหญ่ “จ” เข้ามาเทรดอยู่

เสี่ยยักษ์ เคยบอกว่า เวลาเลือกหุ้นให้ใช้ “พื้นฐาน”

แต่จังหวะซื้อต้องใช้ “เทคนิเคิล”

ระหว่างที่หุ้นขึ้นอยู่ดี ๆ แล้วมีแรงขายทุบฮวด กดหุ้นหล่นลงมา พร้อมวอลุ่มหนาแน่น เป็นการยืนยันว่าหุ้นตัวนั้นหมดรอบ” เสี่ยยักษ์ เคยกล่าวไว้

“ทุกครั้งที่หุ้นขึ้นมันต้องการการปรับตัว เพราะถูก Profit Taking หรือตัดเอากำไร”

“ถ้าราคาปรับลงแล้วรีบาวด์ ขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่หรือนิวไฮ ได้ มันจะ “รัน” เราต้องเสี่ยงวัดดวง นี่มันเป็นพฤติกรรมของหุ้นขาขึ้นแทบทุกตัว”

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เสี่ยยักษ์เคย กล่าวไว้

Back to top button