ASPS มองตลาดโลกฟื้น รับอานิสงส์ AI–Fund Flow ไหลกลับ แนะเก็บ 7 บิ๊กแคปไทย

บล.เอเซีย พลัส ระบุบรรยากาศลงทุนโลกฟื้นตัว รับแรงหนุนหุ้นสหรัฐฯ–กระแส AI หลัง TSMC งบแกร่ง คลายกังวลซัพพลายเชน หนุน Fund Flow ไหลกลับตลาดหุ้นไทย ชูหุ้นเด่น ADVANC, PTT, PTTGC, IVL, OSP, PLANB และ CK พร้อมจับตาปฏิรูปโครงสร้างตลาดทุนไทย


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง หลังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ควบคู่กับกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ภายหลังบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สะท้อนอุปสงค์ชิป AI ที่เติบโตต่อเนื่อง และช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีในระยะก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้านตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ASPS ระบุว่า ตลาดหุ้นโลกได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดย TSMC ซึ่งประกาศแผนการลงทุนระยะยาว พร้อมคาดการณ์รายได้เติบโตในอัตราสูง จากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ภาคการบริโภคของจีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าหรู (Luxury) ซึ่งยอดนำเข้าสินค้าในกลุ่มเครื่องหนังกลับมาเติบโตระดับสองหลัก (Double Digit) เป็นครั้งแรกในรอบปี ถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์อ้างอิงและตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) อย่าง DR: HERMES80 ที่มีสัดส่วนรายได้จากตลาดเอเชียในระดับสูง

ในส่วนของตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบโลกทั้ง Brent และ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 3–4% หลังความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง ประกอบกับสัญญาณจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจะไม่ดำเนินการโจมตีอิหร่านในระยะสั้น

เจาะตลาดหุ้นไทย: Fund Flow ไหลเข้า หนุนหุ้นใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง
สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET เริ่มแสดงสัญญาณการสร้างฐาน โดยพยายามทรงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA200) ขณะที่จำนวนหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเริ่มมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลดลง สอดคล้องกับสัญญาณทางเทคนิคที่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) เริ่มคลี่คลาย

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กระแสเงินทุนต่างชาติซึ่งไหลกลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 2 วันทำการ มูลค่าสูงถึง 5.0 พันล้านบาท นับเป็นยอดซื้อสุทธิสูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค โดยฝ่ายวิจัย ASPS แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาเก็งกำไรในหุ้นที่ต่างชาติเข้าซื้ออย่างโดดเด่นในช่วงนี้ ได้แก่

กลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยี ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC

กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL

กลุ่มอุปโภคบริโภคและสื่อ ได้แก่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP และบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK
นอกเหนือจากปัจจัยระยะสั้น ASPS มองว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือแนวทางการแก้ไขปัญหาตลาดหุ้นไทยในระยะยาว ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าเป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการกระตุ้นระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ได้มีการรวบรวมข้อเสนอจากพรรคการเมือง รวมถึงหน่วยงานในตลาดทุน อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับคืนมา ผ่าน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (Justice Reform): ผลักดันการจัดตั้ง “ศาลตลาดทุน” เพื่อเร่งรัดและเพิ่มความเด็ดขาดในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการปั่นหุ้นหรือการตกแต่งบัญชี

2.การดึงเม็ดเงินระยะยาว (Institutional Liquidity): ฟื้นกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่ หรือ New LTF เพื่อเสริมสภาพคล่องและสร้างเสถียรภาพให้ตลาด

3.การปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Transformation): สนับสนุน Digital Asset และ Tokenization เพื่อดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่

4.การรื้อโครงสร้างการกำกับดูแล (Regulatory Guillotine): ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และยกระดับความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ดังนั้นฝ่ายนักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนติดตามความคืบหน้าในการผลักดันข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุน LTF รูปแบบใหม่ และศาลตลาดทุน ซึ่งถูกมองว่าเป็น “กุญแจดอกแรก” ในการปลดล็อกและฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยในระยะยาว

Back to top button