CKP โบรกชี้ Q2 เด่น! กำไรแตะ 750 ลบ. อานิสงส์น้ำหนุน ชูเป้า 6.50 บ.

CKP โบรกชี้ไตรมาส 2/65 เด่น คาดกำไร 700-750 ล้านบาท อานิสงส์น้ำหนุน หลังฝนที่ตกชุกและจีนปล่อยน้ำ ในเขื่อน ตั้งเป้าปี 67 กำลังการผลิตโรงไ ฟฟ้าเ พิ่มเท่าตัวเป็น 4,800 เมกะวัตต์ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 6.50 บ.


บล.เมย์แบงก์ ระบุในบทวิเคราะห์ (23 พ.ค. 2565) ว่า บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP คาดผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 จะโดดเด่นใกล้เคียงปีก่อน หรือแนวโน้มกำไรประมาณ 700 – 750 ล้านบาท แม้โรงไฟฟ้าน้ำงึมสองจะแจ้งขายไฟน้อยลงจากปีก่อน 381 กิกะวัตต์ (เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) แต่โรงไฟฟ้าไซยะบุรี มีแนวโน้มจะขายไฟสูงขึ้นจากจีนมีการปล่อยน้ำ และปีนี้ฝนมาเร็วกว่ากำหนดและตกชุกมากขึ้น ประเมินปริมาณขายไฟ 2,062 กิกะวัตต์ (เพิ่มขึ้น 47% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน) โดย CKP ถือหุ้นไซยะบุรีเพิ่มขึ้น 5% เป็น 42.5% คาดจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 606 ล้านบาท

ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทย่อย BIC (โรงไฟฟ้าจากก๊าซ) และ BKC (โรงไฟฟ้าจากโซลาร์) คาดจะทรงตัว สำหรับผล ประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 คาดจะเด่นมากขึ้น และใกล้เคียงปีก่อนประมาณ 1,000 -1,200 ล้านบาท จากเป็นช่วงฤดูน้ำหลาก โดยคงประมาณการคาดกำไรปีนี้ราว 2,300 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย 7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวปีก่อน

ส่วนแผนลงทุนในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2565 -2567) CKP มุ่งเน้นขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า เพิ่มอีก 2,800 เมกะวัตต์ รวมเป็น 4,800 เมกะวัตต์ ภายในปี2567 โดยส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานน้ำ ล่าสุดโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง 1,460 เมกะวัตต์ (CKP ถือหุ้น 42%) ได้ลงนาม Tariff MOU กับ กฟผ. แล้ว เมื่อ 24 เม.ย. มีราคาขายไฟเฉลี่ย 2.403 บาท/กิโลวัตต์ กำหนดผลิตและขายไฟ วันที่ 1 ม.ค. 2573 ดังนั้น กำลังการผลิตของ CKP จะเพิ่มเป็น 3,627 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธี Sum of the Part ส่วนลดกระแสเงินสดของโครงการต่างๆ ได้เท่ากับ 6.50 บาท คงแนะนำ “ซื้อ”

Back to top button