3 รุม 1โมนิก้าและทีมงาน

*บรรยากาศการลงทุนเป็นเหมือนกับที่เม้าท์มอยไว้ทุกอย่างแบบนี้ “โมนิก้า” คงไม่มีอะไรต้องสาธยายไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดตัวเดิมลงไปอีกครั้งว่า “ซอยถี่ๆ” คือหนทางที่นักลงทุนสามารถเอาตัวรอดได้อย่างสวยสดงดงาม เพราะเป้าของการลงทุนในวันนี้ เขาวัดกันที่ความไวของแต่ละคน ส่วนคนที่ส่ายป่านยาวๆ ก็ลุยได้ทันทีเจ้าค่ะ


*บรรยากาศการลงทุนเป็นเหมือนกับที่เม้าท์มอยไว้ทุกอย่างแบบนี้ “โมนิก้า” คงไม่มีอะไรต้องสาธยายไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดตัวเดิมลงไปอีกครั้งว่า “ซอยถี่ๆ” คือหนทางที่นักลงทุนสามารถเอาตัวรอดได้อย่างสวยสดงดงาม เพราะเป้าของการลงทุนในวันนี้ เขาวัดกันที่ความไวของแต่ละคน ส่วนคนที่ส่ายป่านยาวๆ ก็ลุยได้ทันทีเจ้าค่ะ

*บวกกับตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวออกมาเซ็งแส่ว่า ยังไม่ใช่จุดที่กองทุน LTF & RMF เข้าลงทุนอย่างเต็มตัว นับจากนั้นดัชนีก็โรยตัวลงมาเรื่อยๆ แม้จะพยายามยืนสู้กับแรงเทขายที่มีออกมาเป็นระรอก แต่ไม่อาจรักษาฐานที่มั่นได้อย่างใจฝัน ดัชนีถึงรูดลงมาปิดที่ 1,384.92จุด ลบไป 9.30 จุด ด้วยมูลค่า 3.20 หมื่นล้านบาท เดี๊ยนถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่น่าจดจำเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะ

*ถามว่า เดี๊ยนเป็นพวกซาดิสม์ ชอบเห็นความเจ็บปวดหรือเปล่า? เดี๊ยนขอเรียนตามตรงว่า หากไม่เจอด้วยตนเอง ก็คงไม่รู้วิธีแก้ บวกกับยอดเทขายหลักวานนี้มาจากกองทุนขี้ตืดสาดหุ้นออกมา 420 ล้านบาท ปอบผีฟ้าโยนออกมาพร้อมกันอีก 250 ล้านบาท ก่อนจะตบท้ายด้วยฝรั่งขี้นกปล่อยของออกมาอีก 200 ล้านบาท ขณะที่แมงเม่ารับของจนหลังแอ่น ซึ่งภาษาชาวบ้านเขาเรียกการกระทำแบบนี้ว่า 3 รุม 1 มันผิดจากที่เดี๊ยนเม้าท์ไว้หรือเปล่าจ๊ะ

*เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหุ้นกลุ่มสื่อสาร ADVANC TRUE DTAC ล้วนอยู่ในทิศทางขาลงเหมือนกันทุกตัวนั้นมันเกิดจากหลายองค์ประกอบด้วยกัน และหนึ่งในคำอธิบายที่มาจากปาก “ฟิทช์ เรทติ้งส์”  สาธยายให้ฟังว่า  อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมของไทยจะยังคงเผชิญแรงกดดันตลอดปี 2559  ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันรุนแรง การขยายตัวของรายได้ที่ลดลง การลงทุนมีมูลค่าสูงขึ้นสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ และการขยายเครือข่าย จริงหรือไม่..ลองไปศึกษากันดูนะคะ

*เหมือนกับกรณีของ IRPC หากดูตามสัญญาณเทคนิคจะเห็นว่า ก่อนหน้านี้หุ้นติดกรอบด้านบนที่บริเวณ 4.40 บาท ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่นักเล่นต้องตัดสินใจกันเอาเองว่า “ถือ ซื้อ ขาย” และวันนี้ก็ได้คำตอบแล้วว่า ใครขายหุ้นออกไปก่อน ก็กลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ล่าสุดหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 4.28บาท ลบไป 0.12 บาท หรือลงไป 2.70% ด้วยมูลค่า 635 ล้านบาท มันเป็นจังหวะคาบลูกคาบดอก หากจะให้สวยรอช้อนเพิ่มที่บริเวณ 4 บาทดีกว่านะจ๊ะ

*ส่วนในรายของ BDMS กลายเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่เหมาะต่อการโหนกระแสเป็นอย่างยิ่ง แรงซื้อหนาแน่นขึ้นทุกวัน แถมราคาหุ้นก็ไต่เพดานสูงขึ้น “โมนิก้า” ถึงต้องมองข้ามช็อตไปยังยอดแรก 21 บาท และยอดถัดไปอยู่ที่ 21.50 บาท ขณะที่ราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 20.20บาท บวกไป 0.30 บาท มันเป็นสถานการณ์ที่ทำให้เดี๊ยนต้องหันมาพิจารณามากเป็นพิเศษก็เท่านั้นเองค่ะ

*เช่นเดียวกับ TCAP ทะยานขึ้นอย่างเป็นลำเป็นสัน นับตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค.-พ.ย. ล้วนเป็นภาพของความประทับใจ พร้อมกับเป็นการย้ำให้คนที่มีเงินเย็นรู้ว่า เลือกหุ้นถูกตัว ไม่มีคำว่า ขาดทุน! คิดง่ายๆ จากช่วงต้นปี 58 อยู่ที่ 36 บาท ต่อจากนั้นรูดลงมาเรื่อยๆ จนลงไปทำราคาต่ำสุดที่ 28 บาทเมื่อเดือน ส.ค. ขณะที่วานนี้หุ้นปิดที่ 35.75บาท บวกไป 0.75 บาท วอลุ่มแน่นเอี๊ยด มันมองได้ถึง 38-40 บาทเลยนะคะ

*ไหนๆ เม้าท์ถึงหุ้นที่มีแพตเทิร์นสวยงามขึ้นมาทั้งที่ “โมนิก้า” ขอย้อนกลับมาดู SCI เพื่อเป็นตัวเลือกในยามที่แรงเทขายสะเด็ดน้ำ ปีหน้าจะเริ่มรับรู้กำไรมากขึ้น รวมทั้งภาพของหุ้นก็ดูชัดเจนขึ้น จึงเหมาะต่อการทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต ล่าสุดหุ้นตั้งฐานแนวรับไว้ที่ 8.50 บาท ขณะที่วานนี้ขยับออกจากฐานเล็กน้อย ก่อนจะขึ้นมาปิดที่ 8.70 บาท บวกไป 0.10 บาท มันเป็นทรงที่ดีมากๆ ไม่เชื่อถาม “น้องตูน” ดูก็ได้..อิอิ

*ตบท้ายกันที่เรื่องขำๆ ขันๆ แสบๆ คันๆ เมื่อเกิดกระแสข่าวลือมาจากแดนไกลเกี่ยวกับ POST กำลังจะเปลี่ยนเจ้าของอีกครั้ง แถมครั้งนี้เป็นการเม้าท์มอยถึง “แจ๊คหม่า” กันอย่างเอิกเกริก เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดจะเป็นเช่นนั้น เลยกลายเป็นเหมือนเรื่องจริงที่กำลังดันดีลกันอยู่ “โมนิก้า” ในฐานะคนสื่อด้วยกันถึงต้องพูดถึงเรื่องนี้เสียหน่อย เพราะการมาของกลุ่มทุนใหม่เที่ยวนี้อาจทำให้หนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ โพสต์ทูเดย์ หรือแม้กระทั่ง M2F ครอบคลุมถึงนิตยสารภายในเครือเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (หากดีลดันกันจริงๆ) นะคะ

*กรณีนี้เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ NMG ล้วนเป็นประเด็นที่สังคมจับตาดูกันอย่างมากมายว่า จุดจบจะลงเอ่ยอย่างไร? แถมผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง ก.ล.ต. ยังเก็บปากเก็บคำ“โมนิก้า” ถึงไม่สามารถรายงานความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว และสาเหตุที่ทำให้หุ้นตัวนี้มีปัญหาขึ้นมา ล้วนมาจากไม่มีเจ้าของที่แท้จริงกุมหุ้นไว้มากพอ(เบี้ยหัวแตก) ทุกคนถึงมีสิทธิ์เข้ามาเป็นเจ้าของไปโดยปริยายนั้น เดี๊ยนถือเป็นสีสันที่ทำให้คนในวงการตลาดหุ้นเกิดการตื่นตัว และเป็นความงดงามที่แวดวงอื่นไม่มีให้ชมนะจ๊ะ

Back to top button