3 หุ้นโรงพยาบาลวิ่ง! ลุ้นปี 69 โตแกร่ง รับขยายฐานผู้ประกันตน–ปรับเพดานเงินสมทบหนุน

3 หุ้นโรงพยาบาลวิ่ง! รับโอกาสขยายฐานผู้ประกันตนปี 69 พ่วงปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท หนุนเงินสมทบเพิ่ม 17% เป็น 875 บาท จากเดิม 750 บาท ปี 68 หนุนรายได้ปีหน้าโตแกร่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ธ.ค. 68) ราคาหุ้น บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ณ เวลา 15:49 น. อยู่ที่ระดับ 10.10 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 1.51% สูงสุดที่ระดับ 10.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 9.95 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64.53 ล้านบาท

บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG  ณ เวลา 15:50 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.51 บาท บวก 0.01 บาท หรือ 0.67% สูงสุดที่ระดับ 1.51 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.49 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.25 ล้านบาท

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ณ เวลา 15:51 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 19.60 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.03% สูงสุดที่ระดับ 19.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 420.37 ล้านบาท

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.68 – 31 มี.ค.69 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการด้านการรักษาพยาบาลของตนเอง

อีกทั้งราชกิจจาฯ ประกาศกฎกระพรวงกำหนดค่าจ้างชั้นสูงที่ใช้เป็นฐานคำนวนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันคนตามมาตรา 33 ทอธอปรับ 3 ขั้น จะใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นไป โดยการปรับเพดานค่าจ้างและหักเงินสมทบเพิ่มขึ้น จะทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นหลายกรณี ได้แก่ สิทธิประโยชน์เงินทดแทนกรณีว่างงาน, เงินสงเคราะห์กรณีคลอดบุตร, เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต (ส่งเงินสมทบ 10 ปีขึ้นไป) และเงินบำนาญชราภาพ (ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี) ส่วนผู้ประกันตนที่ค่าจ้างต่ำกว่า 15,000 บาท ยังนำส่งเงินสมทบ 5% ของค่าจ้างปกติ

ในปี 2569 BCH ได้รับโควต้าผู้ประกันตนเพิ่มเป็น 1.99 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2568 มีโควต้า 1.878 ล้านคน และมีเป้าหมายปี 2569 จำนวนผู้ประกันตนเติบโต 2-3% ส่วน CHG คงจำนวนโควต้าที่ 634,000 คน เท่ากับปี 2568 และคาดว่าจำนวนผู้ประกันตนเติบโต 3-5%

มีมุมมอง “บวก” ต่อกลุ่มการแพทย์ โดยเฉพาะ รพ.ที่ให้บริการสิทธิประกันสังคมเนื่องจาก 1) มีโอการขยายฐานจำนานผู้ประกันตนเพิ่มในปี 2569 จากการปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี ,2) การปรับเพดานค่าจ้างระยะแรก (ปี 2569-2571) เป็น 17,500 บาท/เดือน ทำให้เงินสมทบต่อเดือนเพิ่มเป็น 875 บาท (เดิม 750 บาท) หรือเพิ่มขึ้น17% จากปี 25 ทำให้เรามองว่ามีโอกาสที่บอร์ดประกันสังคมอาจพิจารณาปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์ สอดคล้องกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคมกรณีอื่นๆ และ 3) รายได้ประกันสังคมปี 2569  จะมี upside จากปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์

รพ.ที่ศึกษาและมีรายได้ประกันสังคม 9 เดือนแรก 2569 เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ BCH (35.3%) และ CHG (28%) ณ เดือน พ.ย.2568 BCH มีจำนวนผู้ประกันตนตนสิทธิประกันสังคมลงทะเบียนเฉลี่ย 1.030 ล้านคน (55% ของโควต้าปี 2568) เพิ่มขึ้น 0.4% จาก 9 เดือน 2569 และเท่ากับสมมติฐานจำนวนผู้ประกันตนปี 2568 ในประมาณการของเรา ส่วน CHG มีจำนวนผู้ประกันต้นลงทะเบียนเฉลี่ย 573,000 คน (907% ของโครต้าปี 25F) เพิ่มขึ้นขึ้น 25% จาก 9 เดือนแรก 2568  สูงกว่าสมมติฐานราว 2%

รายได้ประกันสังคม 9 เดือน 2568 ของ BCH และ CHG คิดเป็น 75% ของประมาณการรายได้ประกันสังคม โดยปี 2568 คาดว่า BCH จะมีรายได้ประกันสังคม 4,244  ล้านบาท (โต 9%  เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) เติบโตจากค่ารักษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนผู้ประกันตนเพิ่ม 1%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  ส่วน CHG คาดรายได้ประกันสังคม 2,332 ล้านบาท (6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ลดลงจากคาดว่าค่ารักษาเฉลี่ยลดดลง 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบไม่มีทัตถการผ่าตัดกระเพาะ กลบจำนวนผู้ประกันตนคาดเพิ่มขึ้น 4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทิศทางปี 2569 คาดว่า BCH มีรายได้ประกันสังคม (โต 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) เติบโตต่อเนื่องจากคาดจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และค่ารักษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน CHIG คาครายได้ประกันสังคม โต 4%) กลับมาเติบโตจากคาดจำนวนผู้ประกันตนเพิ่ม 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และค่ารักษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเมิน Sensitivity รักษาประกันสังคมในปี 2568 ของ BCH และ CHG เพิ่มขึ้นทุก 19% จากสมมติฐานค่ารักษาเฉลี่ย 4,210 บาท / 4,191 บาท ตามลำดับ จะทำให้ BCH มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2.3% จาก 1,535 ลบ. และ CHG มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นขึ้น 1.9% จาก1,028 ตามลำดับ ซึ่งหากมีการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคมในปี  2569 คาดว่า BCH จะมีผลบากต่อกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นขึ้นกว่า CHG

แนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มการแพพพทย์ เนื่องจาก 1) แนวโน้มไตรมาส 4/68F คาดกำไรสุทธิรวมกลุ่มฯ กลับมาเติบโต เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของรายได้ 2) คาดปี 2569 กำไรสุทธิรวม (โต 6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนy) เติบโตดีขึ้นจากปี 2568 ตามรายได้จากการใช้บริการและ Intensity ค่ารักษาตามความชับร้อนโรคเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของรายได้ต่างชาติ และ 3) กรณีมีการปรัปขึ้นค่ารักษาประกันสังคม จะเป็น upside ต่อกำไรรวมกลุ่มฯ หุ้นเด่นเด่นเลือก BDMS (Buy TP 29) และ BCH (TP 15.80)

Back to top button