
GCAP GOLD ชี้ทองคำระอุต้นปี 69 แนะรอย่อซื้อโซน 4,250-4,300 ดอลลาร์สหรัฐ
GCAP GOLD ประเมินตลาดทองคำเปิดปี 2569 ร้อนแรงจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และความหวังดอกเบี้ยผ่อน แนะกลยุทธ์ “รอย่อซื้อ” บริเวณ 4,300 และ 4,250 ดอลลาร์สหรัฐ พ่วงแนะทยอยสะสมทองไทยโซน 64,500–63,800 บาท พร้อมบริหารพอร์ตแบ่งขายล็อกกำไรเป็นรอบ หากราคาทองโลกยังไม่ยืน 4,450 ดอลลาร์สหรัฐได้
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดทองคำเปิดรับศักราชใหม่ร้อนระอุ โดยเปิดสัปดาห์แรกของปี 2569 ตลาดการเงินโลกต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ เดินหน้าจัดการเวเนซุเอลาอย่างจริงจัง และดำเนินปฏิบัติการทางทหารเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมประกาศความพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพทางการเมืองและพลังงานโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อความต้องการถือครองทองคำตลอดสัปดาห์นี้
อีกทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียที่เพิ่มน้ำหนักให้นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่โหมดระมัดระวังอย่างชัดเจน หลังจากมีรายงานว่าเกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าในเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจโดยตรงทันที แต่อาจกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะช่วงที่นักลงทุนยังคงขาดความเชื่อมั่นต่อทิศทางและเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันได้รับแรงประคองอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยด้านจิตวิทยาการลงทุน
พร้อมกันนี้ยังมีปัจจัยการให้น้ำหนักหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจมีการเปิดตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคาดหวังด้านนโยบายการเงินในระยะถัดไป ควบคู่กับการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานสำคัญ อย่าง Nonfarm Payrolls ซึ่งเป็นตัวแปรที่ตลาดใช้ประเมินท่าทีของเฟดในการประชุมเดือนมกราคม ทั้งนี้หากข้อมูลเริ่มสะท้อนการชะลอตัว จะเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำในเชิงพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณามุมมองการลงทุนทองคำเชิงกลยุทธ์ ทางฝ่ายวิจัย แนะนำให้รอย่อซื้อบริเวณ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใต้ปัจจัยตลาดยังอยู่ในช่วงวัดใจจากแรงขายในภาพรายสัปดาห์ ส่งผลให้ฝั่งซื้อยังคงต้องเน้นความระมัดระวังเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามจากข่าวบวกที่เริ่มทยอยเข้ามาสนับสนุนให้ราคาเริ่มฟื้นตัว โดยหากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยลดแรงกดดันและเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นในระยะถัดไป ในทางกลับกันหากราคาหลุดต่ำกว่า 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีความเสี่ยงที่ราคาจะพักฐานลงไปทดสอบบริเวณ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเป็นจุดเข้าซื้อเล่นรอบถัดไป
ในส่วนของทิศทางราคาทองคำไทยนั้น แนะนำหาจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้บริเวณ 64,500-63,800 บาท โดยสามารถแบ่งขายทำกำไรบริเวณ 65,700 – 66,000 บาท ทั้งนี้หากราคาทองโลกยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แนะนำให้บริหารพอร์ตโดยถือครองทองคำไทยในสัดส่วนที่เหมาะสม และทยอยขายเป็นรอบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้น

