เปิดโฉมบอร์ด THAI ใหม่ 15 คน หลังพ้นแผนฟื้นฟู ลุ้นปันผลสูงดึงเจ้าหนี้ถือหุ้นต่อ
ผู้ถือหุ้น การบินไทย มีมติเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ครบ 15 คน หลังพ้นแผนฟื้นฟูกิจการ ท่ามกลางความคาดหวังต่อบทบาทบอร์ดใหม่ในการกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาว พร้อมจับตานโยบายปันผลระดับสูง เพื่อจูงใจเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนถือหุ้นต่อหลังพ้นช่วงล็อกอัพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) มีมติอนุมัติการกำหนดจำนวนกรรมการเพิ่มเติม จากเดิม 11 คน เป็น 15 คน ด้วยการเลือกตั้งกรรมการเพิ่มเติม, การเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระและการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ลาออก ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 89.26% ไม่เห็นด้วย 10.67%
โดยจากมติผู้ถือหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้ THAI มีรายชื่อกรรมการชุดใหม่ จำนวน 15 คน ประกอบด้วย
- นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ
- นางสาวกุลยา ตันติเตมิท กรรมการ
- นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ กรรมการ
- พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร กรรมการ
- นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล กรรมการอิสระ
- นายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการอิสระ
- นางชาริตา ลีลายุทธ กรรมการอิสระ
- นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ
- นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการอิสระ
- นายพลากร หวั่งหลี กรรมการอิสระ
- นายวัชรา ตันตริยานนท์ กรรมการอิสระ
- นายรพี สุจริตกุล กรรมการอิสระ
- นายวิรไท สันติประภพ กรรมการอิสระ
- พล.อ.อ.อำนาจ จีระมณีมัย กรรมการอิสระ
- นายชาย เอี่ยมศิริ กรรมการ
อย่างไรก็ดี ตัวแทนเจ้าหนี้อย่าง นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดย ธนาคารกรุงเทพ (ถือหุ้น 8.49%) และนายประชา คุณธรรมดี ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยสหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ถือหุ้น 5.43%) ไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมการในบอร์ดชุดใหม่
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ THAI กล่าวในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นว่า THAI ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นตามข้อบังคับบริษัท และตามกฎหมายหลังศาลล้มละลายได้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารแผนจึงสิ้นสุดลง และเปิดให้ผู้ถือหุ้นกลับมาบริหาร ส่วนการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ไม่ใช่เป็นการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น แต่เป็นการใช้อำนาจของผู้บริหารแผนแทนผู้ถือหุ้น
ก่อนหน้านี้ นายลวรณ กล่าวว่า จากสถานะทางการเงินและผลประกอบการแข็งแกร่งของ THAI คณะกรรมการ THAI จะมีการพิจารณาเรื่องจ่ายปันผลต่อไป
ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้แก่ กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 38.90% ธนาคารกรุงเทพ (BBL) 8.49% สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 5.43% ธนาคารกรุงไทย (KTB) 4.65% ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ถือ 2.05%
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประมาณการกำไรปกติ THAI ปี 2568 สูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 15% มาที่ 3.2 หมื่นล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท ช่วงปี 2567 และปี 2569 กำไรปกติ 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ส่วนวิธีการจูงใจให้เจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนก่อนหน้านี้ไม่ขายหุ้นออกมา หลังครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมองว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลสูง เมื่อเทียบราคาทุนของเจ้าหนี้ (จากราคาแปลงหนี้เป็นทุน 2.5452 บาท) ทำให้เจ้าหนี้อาจชะลอการขายหุ้น เมื่อผ่านช่วงล็อกอัพ (Lock-up) ได้
โดยตามประมาณการฝ่ายวิจัยแบบอนุรักษ์นิยม THAI จะเริ่มจ่ายปันผลตั้งแต่งวดปี 2569 เพื่อสร้างฐานกำไรสะสม อยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากเริ่มจ่ายตั้งแต่ปี 2568 ถือเป็นเรื่องดีกับผู้ถือหุ้น
ทั้งนี้ ภายใต้อัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล (Dividend payout ratio) ที่ 25% ปี 2568-2569 จะจ่ายปันผลต่อหุ้นที่ 0.28-0.29 บาท (คิดเป็น Dividend Yield 11% เทียบราคาทุนของเจ้าหนี้ 2.5452 บาท)
ด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ EEC เปิดเผยว่า วันที่ 7 มกราคม 2569 EEC เตรียมลงนามสัญญากับ THAI เพื่อรับงานโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul: MRO) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดให้ THAI เป็นผู้ลงทุนเช่าพื้นที่รวมประมาณ 210 ไร่ ระยะเวลาสัญญา 50 ปี โดยปัจจุบัน THAI ได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อรองรับการบริหาร และดำเนินโครงการ MRO เรียบร้อยแล้ว จำนวนสองบริษัท ได้แก่ บริษัท ไทย เอ็ม อาร์ โอ เซอร์วิสเซส จำกัด (Thai MRO Services Company Limited) และ บริษัท ไทย เอ็ม อาร์ โอ กรุ๊ป จำกัด (Thai MRO Group Company Limited)
ทั้งสองบริษัท จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานโดยเฉพาะ มีทุนจดทะเบียนบริษัทละ 1 ล้านบาท และมีทุนชำระแล้วเริ่มต้นที่ 250,000 บาทต่อบริษัท โดยถือหุ้น 100% โดยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ของประเทศ ภายใต้การพัฒนาเขต EEC

