
“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ รับแรงเทขายกลุ่มเทค หวั่นฟองสบู่ AI
“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบเป็นส่วนใหญ่ตามทิศทางนิวยอร์กที่ร่วงจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยี หลังนักลงทุนกังวลฟองสบู่ธุรกิจ AI ขณะที่จีนเดินหน้าซ้อมรบ “Justice Mission 2025” รอบเกาะไต้หวัน เพิ่มความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กดดันตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดซื้อขายในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (30 ธันวาคม) สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงในวันจันทร์ (29 ธันวาคม) จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ภายใต้ความกังวลของนักลงทุนต่อสัญญาณความร้อนแรงเกินพื้นฐานและภาวะฟองสบู่ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นเปิดที่ 50,312.85 จุด ลดลง 214.07 จุด หรือร้อยละ 0.42 ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงเคลื่อนไหวแทบไม่เปลี่ยนแปลง เปิดที่ 25,636.40 จุด เพิ่มขึ้น 1.17 จุด หรือร้อยละ 0.005 ด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนเปิดที่ 3,947.87 จุด ลดลง 17.41 จุด หรือร้อยละ 0.44 ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเปิดบวกเล็กน้อยร้อยละ 0.19 และดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวลงร้อยละ 0.41
ด้านความเคลื่อนไหวรายหลักทรัพย์ หุ้นของ Softbank Group Corp ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ปรับตัวลงมากกว่าร้อยละ 2 ภายหลังการประกาศเข้าซื้อกิจการ DigitalBridge ผู้ลงทุนและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ด้วยมูลค่าข้อตกลง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การผลักดันธุรกิจ AI และศูนย์ข้อมูลของบริษัท
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด หลังจากกองทัพจีนประกาศเดินหน้าซ้อมรบทางทหารรอบเกาะไต้หวันตั้งแต่วันจันทร์ (29 ธันวาคม) เป็นต้นไป โดยระดมกำลังจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองกำลังขีปนาวุธ ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “Justice Mission 2025” หรือ “ภารกิจยุติธรรม 2025” เพื่อส่งสัญญาณเตือนอย่างเข้มงวดต่อกลุ่มที่พยายามผลักดันการแยกตัวเป็นเอกราชและอิทธิพลจากภายนอก พร้อมยืนยันว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวมีความชอบธรรมและมีความจำเป็นเพื่อพิทักษ์อธิปไตยและความเป็นเอกภาพของชาติจีน
กองทัพจีนได้กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ 5 แห่งโอบล้อมเกาะไต้หวัน และประกาศห้ามเรือรวมถึงอากาศยานเข้าสู่เขตน่านน้ำและน่านฟ้าในบริเวณดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการลาดตระเวนเตรียมความพร้อมรบทางทะเลและทางอากาศ การปิดล้อมท่าเรือหลัก ตลอดจนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน
ทั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงยึดถือจุดยืนว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งที่แยกตัวออกไป และเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องนำกลับมารวมกับจีนแผ่นดินใหญ่ แม้ต้องใช้กำลังทางทหาร ขณะที่ไต้หวันซึ่งปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ได้แยกการบริหารออกจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 2492
