จับตาอนาคต “เวเนซุเอลา” หลังสหรัฐคุมตัวมาดูโร “เดลซี” รักษาการปธน. น้ำมันผันผวนสั้น

สถานการณ์เวเนซุเอลาเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังสหรัฐฯ ควบคุมตัว “นิโกลัส มาดูโร” ศาลตั้ง “เดลซี โรดริเกซ” ขึ้นรักษาการประธานาธิบดี ขณะที่ บล.กสิกรไทย มองผลต่อราคาน้ำมันเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น ยังไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานตลาดโลก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ม.ค.69) สถานการณ์เวเนซุเอลายังคงตึงเครียด ภายหลังสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินปฏิบัติการต่อเวเนซุเอลา และควบคุมตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดี พร้อมภริยา โดยตั้งข้อหาร้ายแรงหลายกระทง ท่ามกลางการจับตาบทบาทของสหรัฐต่อทิศทางการเมืองและภาคพลังงานของประเทศ

ศาลฎีกาเวเนซุเอลามีคำสั่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ให้ เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี เข้ารับหน้าที่ใช้อำนาจประธานาธิบดีในฐานะ รักษาการประธานาธิบดี เพื่อความต่อเนื่องของการบริหารประเทศ ภายหลังประธานาธิบดีมาดูโรไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยคำสั่งดังกล่าวออกโดยศาลรัฐธรรมนูญ ภายใต้ศาลฎีกาเวเนซุเอลา

ภายหลังรับตำแหน่ง โรดริเกซแถลงผ่านโทรทัศน์ของรัฐ ยืนยันว่า มาดูโรยังคงเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา และการมอบอำนาจดังกล่าวไม่ได้เป็นการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนรักษาความสงบ และยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของประเทศ

ภาพ : เฟซบุ๊ก Delcy Rodríguez

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมินว่า ปัจจุบันเวเนซุเอลามีกำลังการผลิตน้ำมันราว 8 แสนบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนต่ำกว่า 1% ของการผลิตน้ำมันโลก และมีสัดส่วนการส่งออกต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้ผลกระทบต่อสมดุลตลาดน้ำมันโลกในระยะสั้นยังอยู่ในวงจำกัด

อย่างไรก็ตาม KS ระบุว่า หากสหรัฐสามารถเข้ามามีบทบาทต่อภาคพลังงานเวเนซุเอลา และเปิดทางให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐกลับเข้าบริหารจัดการอีกครั้ง กำลังการผลิตอาจทยอยเพิ่มขึ้นราว 1.5 แสน–1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในระยะถัดไป ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในระยะกลางถึงยาว ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงถึงความตั้งใจให้บริษัทพลังงานสหรัฐเข้ามามีบทบาทโดยเร็ว

ก่อนหน้านี้ KS มองว่า ปฏิบัติการของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้น โดยราคามีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยจาก sentiment ความตึงเครียด แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนราคาอย่างมีนัยสำคัญ

KS อ้างอิงแบบจำลองของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า ทุก ๆ 1% ของกำลังการผลิตน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้น จะกดดันราคาน้ำมันดิบราว 2.5% โดยยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569 ที่ระดับ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายใต้ภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

“ทรัมป์” ลั่นสหรัฐคุม “เวเนซุเอลา” ดึงบิ๊กพลังงานขุดน้ำมัน กู้เศรษฐกิจ

“ทรัมป์” โพสต์อ้าง คุมตัว “ปธน.มาดูโร” หลังสหรัฐปฏิบัติการในเวเนซุเอลา

เวเนซุเอลาปะทุ! รัฐบาลมาดูโรกล่าวหาสหรัฐรุกราน หลังสื่ออ้างทรัมป์สั่งโจมตี

Back to top button