“ดาวโจนส์” ปิดลบ 285 จุด หุ้น Intel ร่วงแรงกดดันบรรยากาศลงทุน

“ดาวโจนส์” ปิดร่วงกว่า 285 จุด หลังหุ้น Intel ดิ่งหนักจากคาดการณ์ธุรกิจต่ำกว่าคาด ขณะนักลงทุนลดความเสี่ยงปลายสัปดาห์ จับตางบกลุ่ม Magnificent Seven


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (23 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทรงตัว หลังความต้องการเสี่ยงของนักลงทุนลดลงในช่วงท้ายของสัปดาห์ที่ผันผวน จากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้น Intel ภายหลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มธุรกิจที่ต่ำกว่าคาด

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,098.71 จุด ลดลง 285.30 จุด หรือ -0.58%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,915.61 จุด เพิ่มขึ้น 2.26 จุด หรือ +0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,501.24 จุด เพิ่มขึ้น 65.22 จุด หรือ +0.28%

ดัชนีหุ้นทั้ง 3 ตัวของตลาดวอลล์สตรีทฟื้นตัวในช่วง 2 วันก่อนหน้านี้ หลังการเทขายอย่างรุนแรงเมื่อวันอังคาร ซึ่งเกิดจากคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะเรียกเก็บภาษีกับพันธมิตรยุโรป เพื่อกดดันให้ยอมรับข้ออ้างของเขาเกี่ยวกับกรีนแลนด์

แม้ดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นในวันศุกร์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ตลาดรอดพ้นจากการปิดลบรายสัปดาห์ โดยดาวโจนส์ลดลง 0.53%, S&P500 ลดลง 0.36% และ Nasdaq ลดลง 0.06%

นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่า แม้ความผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง

ปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศตลาดในวันศุกร์มาจากหุ้น Intel ซึ่งร่วงลง 17% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้และกำไรในไตรมาสถัดไปต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ พร้อมระบุว่ายังประสบปัญหาในการตอบสนองต่ออุปสงค์ของชิปเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม Magnificent Seven หลายแห่งในสัปดาห์หน้า อาทิ Apple, Tesla และ Microsoft

ในวันศุกร์ หุ้นขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Microsoft, Meta และ Amazon พุ่งขึ้นในช่วงประมาณ 1.7% ถึง 3.3% ส่วนหุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 1.5% หลังมีรายงานว่า ทางการจีนได้แจ้งกับ Alibaba, Tencent และ ByteDance ว่าสามารถเตรียมคำสั่งซื้อชิป AI รุ่น H200 ของ Nvidia ได้

สำหรับหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P500 พบว่า 7 กลุ่มปิดในแดนบวก นำโดยกลุ่มวัสดุที่เพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.6% ในวันศุกร์ ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และยังเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดของสัปดาห์นี้ โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2569 กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแล้ว 10.1% สูงกว่าหุ้นทุกกลุ่ม

Back to top button