เจาะ 3 หุ้นเด่น ADVANC-LH-PTT กระแสเงินสดแกร่ง-ยีลด์สูงกว่า 5%

บล.เคจีไอ คัด 3 หุ้นเด่น ADVANC-LH-PTT ชูจุดแข็งกระแสเงินสดแกร่ง ปันผลสูงยีลด์ 5–8% เหมาะลงทุนท่ามกลางตลาดผันผวนและสุญญากาศการเมืองก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. แนะทยอยสะสม–เก็งกำไรก่อนขึ้น XD รับเงินปันผลปี 2569


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนค่อนข้างรุนแรงจากการหมุนเงินลงทุนและการแข็งค่าของค่าเงินบาท นักลงทุนในสัปดาห์นี้ยังคงจับตาปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน โดยประเมินว่าความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง ประกอบกับความผิดหวังจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารไตรมาส 4 ปี 2568 รวมถึงการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งคาดว่าอาจไม่ช่วยกระตุ้นตลาดได้มากอย่างที่เคยคาดหวังไว้ พร้อมแนะกลยุทธ์ตั้งรับในหุ้นปันผลสูงเพื่อลดความเสี่ยง

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ระบุว่า กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอาจผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงปรับฐานในสัปดาห์นี้ หลังจากช่วงวันที่ 19–23 มกราคมที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนจากหลายปัจจัยสำคัญ

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงตลาดหุ้นไทย เป็นแรงหนุนให้ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยฝ่ายวิเคราะห์มองว่าความกังวลของนักลงทุนต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Greenland ส่งผลให้เกิดการหมุนเงินลงทุนออกจากตลาดที่มีความผันผวนสูง ไปยังตลาดที่มีลักษณะเชิงรับมากขึ้น เช่น ตลาดหุ้นในกลุ่มอาเซียน ขณะเดียวกัน การแข็งค่าของเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าในช่วงดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ในช่วงถัดมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้พลิกกลับเข้าสู่โหมดการขายทำกำไร โดยนักลงทุนต่างชาติเปลี่ยนสถานะเป็นขายสุทธิ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่บางตัวปรับตัวลดลงจากปัจจัยเฉพาะตัว อาทิ หุ้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL จากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อ่อนแอกว่าคาด และหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จากกรณีที่กลุ่ม Telenor Group จำหน่ายหุ้นออกมา

สำหรับแนวโน้มตลาดในสัปดาห์นี้ KGI คาดว่าดัชนี SET จะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะปรับตัวลงแบบ Sideways Down โดยปัจจัยกดดันสำคัญประการแรกคือ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เร่งตัวขึ้น หลังมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาส่งเรือรบและกำลังพลทางทะเลเข้าสู่ตะวันออกกลางจำนวนมาก ขณะที่อิหร่านมีท่าทีเตรียมพร้อมทำสงครามเต็มรูปแบบกับสหรัฐ ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะตอบรับข่าวดังกล่าวด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

ปัจจัยที่สอง คือ ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของกลุ่มธนาคารไทยที่ประกาศออกมาครบถ้วนแล้ว โดยภาพรวมยังไม่แข็งแกร่งนัก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มอัตรากำไรดอกเบี้ยสุทธิ และผลกระทบจากพอร์ตการลงทุนในพันธบัตรในระยะถัดไป แม้ว่าธนาคารขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้ แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ากลุ่มธนาคารไม่น่าจะให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดในช่วงนี้

ขณะที่ปัจจัยที่สามเป็นปัจจัยภายในประเทศ จากบรรยากาศการหาเสียงที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยพรรคการเมืองส่วนใหญ่มุ่งเน้นนโยบายหลัก เช่น การลดภาระหนี้ครัวเรือน การพัฒนาเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงมาตรการปราบปรามคอร์รัปชันและการกระตุ้นตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม KGI ประเมินว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโครงสร้างรัฐบาลผสมชุดใหม่จะยังเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของตลาด

จากปัจจัยทั้งหมด ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองเชิงกลยุทธ์ว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสจำกัดในการเกิดการปรับตัวขึ้นก่อนการเลือกตั้งในรอบนี้ และมีแนวโน้มพักฐานต่อเนื่องในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยแนะนำให้นักลงทุนเน้นถือครองหุ้นขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเชิงรับและจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

ทั้งนี้ หุ้นเด่นตามธีมการลงทุนดังกล่าว ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT โดยฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่าจะทบทวนกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นอีกครั้งหลังทราบผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

Back to top button