
ASPS แนะลงทุน BBL-BLA-BDMS รับอานิสงส์ดอกเบี้ยสูง-สงครามคลี่คลาย
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ชูกลยุทธ์ลงทุนสะสม BBL, BLA และ BDMS รับอานิสงส์ดอกเบี้ยสูงและสถานการณ์สงคราม “สหรัฐ-อิหร่าน” ที่คลี่คลายลง พร้อมพร้อมเตือนระวังแรงขายหุ้น DELTA จากการทำ Window Dressing ปลายไตรมาส
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ (ASPS) เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนภายใต้สภาวะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายวิจัยแนะนำหุ้นที่โดดเด่น ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากทิศทางดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และพอร์ตสินเชื่อต่างประเทศ, บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA ที่จะได้รับ Sentiment เชิงบวกโดยตรงจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งจะได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์สงครามที่ผ่อนคลายลง ประกอบกับราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด (Laggard) ทำให้มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงที่กองทุนทั้งในและต่างประเทศเตรียมปรับพอร์ตตามดัชนีต่างๆ ก่อนสิ้นไตรมาส โดยเฉพาะหุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่ราคาปรับตัวขึ้นมาแรงถึง 34% นับตั้งแต่ต้นไตรมาส ทำให้น้ำหนักของ DELTA ในดัชนี SET50 เพิ่มขึ้นจาก 10.00% เป็น 12.63% ซึ่งสถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่า การที่หุ้นมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ (Capped Weight) มักจะทำให้เกิดแรงขายทำกำไรหรือ Window Dressing ในช่วงราว 1 สัปดาห์ก่อนสิ้นไตรมาส ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงก่อนสิ้นไตรมาส 4/2568 (ราคาลดลง 9 บาท), ไตรมาส 1/2569 (ราคาลดลง 32 บาท) และไตรมาส 2/2569 (ราคาลดลง 25 บาท) นักลงทุนจึงควรระมัดระวังความผันผวนของราคา DELTA ในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่า บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เป็นหุ้นเด่นในรอบนี้ หลังถูกดึงเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในช่วงครึ่งปีหลัง (ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569) ซึ่งจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่กองทุนประเภท Passive Fund ต้องเข้ามาซื้อเพื่อปรับพอร์ต
ส่วนหุ้นที่ถูกคัดออก แนะนำให้ระมัดระวังแรงเทขายในช่วง 2 สัปดาห์นี้ แต่หากปรับฐานลงมาลึก หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีเรื่องราวการเติบโตอย่าง บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ยังเป็นที่น่าสนใจในการทยอยสะสมหลังวันที่มีผลบังคับใช้
