ผู้เชี่ยวชาญชี้ “โควิด” ในสหรัฐฯ ยังไร้จุดเปลี่ยน คาดป่วยอีก 1 ล้านใน 3 เดือนครึ่ง


คณะนักระบาดวิทยาชั้นนำแสดงทัศนะว่าสหรัฐฯ จะเผชิญสถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นในการควบคุมการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ขณะรัฐต่างๆ เริ่มเปิดเมืองและโรงเรียนกลับมาทำการเรียนการสอน

    “ผมกลัวว่าเราจะไม่ได้เห็นจุดเปลี่ยน (turning point) อีกเป็นปี” สแตนลีย์ เพิร์ลแมน ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา มหาวิทยาลัยไอโอวา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวผ่านทางอีเมล

อนึ่ง ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ระบุว่ายอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันผลในสหรัฐฯ ทะลุ 2.08 ล้านราย และผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 1.15 แสนราย เมื่อนับถึงบ่ายวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ขณะที่หลายรัฐอย่างเท็กซัส ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย พบผู้ป่วยใหม่รายวันสูงสุดตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ราว 1.24-1.4 แสนรายภายในวันที่ 4 ก.ค. นี้ โดยรัฐแอริโซนา อาร์คันซอ ฮาวาย นอร์ธแคโรไลนา ยูทาห์ และเวอร์มอนต์ อาจพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม

ด้านแบบจำลองผลกระทบจากโรคโควิด-19 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวัดและประเมินสุขภาพ (IHME) ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ยังปรับการคาดการณ์ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เป็นเกือบ 1.7 แสนรายภายในวันที่ 1 ต.ค. นี้ด้วย

ทั้งนี้ การคาดการณ์ข้างต้นฉายภาพอันน่าหวาดกลัวของสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามายามฤดูร้อนผันเปลี่ยนสู่ฤดูใบไม้ร่วง โดยจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตรายใหม่ในแต่ละวันของสหรัฐฯ อาจจะพุ่งขึ้นสูงมากในเดือนกันยายน

    “หากอ้างอิงการคาดการ์ของสถาบันฯ และอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.55 สหรัฐฯ จะมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลเพิ่มอีก 1 ล้านรายภายใน 3 เดือนครึ่ง” จางจั้วเฟิง ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยา และรองคณบดีฝ่ายวิจัยของสำนักวิชาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในนครลอสแอนเจลิสกล่าวกับสำนักข่าวซินหัว

จางจั้วเฟิง แจกแจง 3 ปัจจัยหลักที่มีส่วนส่งเสริมการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ประการแรกคือการรวมตัวขนาดใหญ่ทั่วประเทศเพื่อประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟริกันที่เสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจจับกุมตัว ซึ่งก่อให้เกิดการติดต่อใกล้ชิดและการแพร่กระจายไวรัสอย่างรวดเร็ว

ประการถัดมาคือการกลับมาดำเนินธุรกิจต่างๆ อีกครั้งในทุกรัฐ ซึ่งอาจเพิ่มการรวมตัวและความเป็นไปได้ในการติดเชื้อ ส่วนประการสุดท้ายคือโรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนในห้องเรียนตามปกติ ซึ่งอาจกลายเป็นแหล่งการติดเชื้อระลอกใหม่

เดอะ ฮิลล์ สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ รายงานว่าขณะทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯ ผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ และราวสองสัปดาห์หลังประชาชนร่วมตัวฉลองวันรำลึกทหารผ่านศึก (Memorial Day) ได้เกิดจุดเสี่ยง (hot spot) ในหลายรัฐอย่างเซาธ์แคโรไลนาและมิสซูรี รวมถึงหลายเมืองอย่างฮิวสตันและฟีนิกซ์

รายงานระบุว่า ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายสัปดาห์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในครึ่งหนึ่งของรัฐทั้งหมด โดยมีเพียง 16 รัฐและเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย ที่ยอดผู้ป่วยโดยรวมลดลงติดต่อกันสองสัปดาห์

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.) เจย์ บัตเลอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายโรคติดเชื้อประจำศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค กล่าวว่าหลายรัฐอาจต้องกลับมาบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดอีกครั้ง หากยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น “อย่างกะทันหัน”

“สถานการณ์นั้นน่าวิตกกังวลอย่างมาก” จางจั้วเฟิงแสดงความเห็นทิ้งท้าย

Back to top button