BIZ ตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยมะเร็ง “อนุภาคโปรตอน” รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


นายวรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ เปิดเผยว่า ความพร้อมของบริษัท ฯ ที่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งในทุกระยะ เพื่อเป็นทางเลือกการรักษาได้ตรงจุดและหายขาด และทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

โดยบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก เนื่องจากผู้ป่วยคือผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจัดจำหน่ายโดยตรง และมีความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับที่สูงและทันสมัย เพื่อให้เหมาะสมกับการรักษาอาการโรคมะเร็งในปัจจุบัน ซึ่งใช้อนุภาคโปรตอนรักษาด้วยรังสีที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากสามารถให้ปริมาณรังสีที่สม่ำเสมอครอบคลุมเป้าการรักษา และมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่งแพทย์สามารถเพิ่มปริมาณรังสีสูงสุดที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็ลดผลข้างเคียงจากการรักษาได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยมะเร็งในเด็ก และในผู้สูงอายุ ซึ่งมีความทนทานต่อผลข้างเคียงได้น้อยจากการรักษา

สำหรับโครงการจัดตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยโรงมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำ Customer Acceptance Test ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 95% และขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นขั้นตอนการเก็บข้อมูลเฉพาะของลำรังสีอนุภาคโปรตอน โดยข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการประมวลแผนการรักษา ในระบบเครื่องวางแผนการรักษา (Treatment Planning System) โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อเตรียมพร้อมในการเริ่มรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนต่อไป

“บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมก่อตั้ง “โครงการจัดตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยโรงมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ซึ่งเป็นเครื่องแรกในภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนดังกล่าว เป็นเครื่องมือที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้างอาคาร การติดตั้งระบบสนับสนุน (supported Facility) ตลอดไปถึงการติดตั้งตัวเครื่อง และบริษัทฯ ได้สร้างทีมงานวิศวกรที่มีคุณภาพ และมีความเชี่ยวชาญให้เข้าใจในเทคโนโลยีชั้นสูง จากประสบการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถติดตั้งในโครงการต่อ ๆ ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพเท่ากับโครงการจัดตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยโรงมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย”  นายวรวิทย์ กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ขอให้นักลงทุนทุกคนมั่นใจในศักยภาพของทีมบริหาร และบุคลากรขององค์กรว่าจะสามารถนำพาองค์กรเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ไม่ได้มุ่งเน้นแต่ในด้านการตลาดเพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทฯ ยังมีทรัพยากรที่มีคุณภาพในการนำเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อส่งต่อการรักษาที่ทันสมัยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อลดอาการเจ็บป่วย และ “ผู้ป่วย” ยังถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ที่สำคัญที่สุด

ทั้งนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564 แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่รายได้และกำไรของบริษัทฯยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการส่งมอบเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งให้กับโรงพยาบาลภาครัฐที่เป็นคู่สัญญา ได้ตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีรายได้รวม 551.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 288.30 ล้านบาท หรือ 109.62% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 81.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.48 ล้านบาท หรือ 435.07% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.28 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 2.2 พันล้านบาท ส่วนใหญ่ทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ และอยู่ระหว่างเข้าร่วมประมูลในหลายโครงการ ส่งผลให้เห็นถึงทิศทางธุรกิจในปีนี้ที่คาดการณ์ว่ารายได้และกำไรจะมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

Back to top button