CBG ปิดบวก 3% เสี่ยงเจอขายทำกำไร หลังราคาพุ่งเฉียดเป้า

CBG ปิดที่ 135 บาท หรือ 3% เสี่ยงเจอขายทำกำไร หลังราคาพุ่งใกล้เป้าหมายปี 65


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 135 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4 บาท หรือ 3.05% สูงสุดที่ 136.50 บาท ต่ำสุดที่ 131 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.46 พันล้านบาท

บริษัท หลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่ (28 พ.ค. 2564) ในประเด็นของ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ว่าแนวโน้มส่งออกที่เริ่มดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดียังได้ผลกระทบจากมาร์จิ้นที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทางบริษัทฯคาดว่าผลกระทบการส่งออกผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/2564 แล้ว ทั้งจากประเทศกัมพูชาที่มีสถานการณ์ยอดขายที่ดีขึ้นหลังจากโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และประเทศเมียนมาร์มีการประท้วงแค่บางพื้นที่เท่านั้น

ขณะที่บริษัทฯยังคงตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศจีนยังเติบโตราว 1,400 ล้านบาท หรือ 300% ด้วยจากการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายทำการตลาดและขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ส่วนยอดขายในประเทศไทยมีแผน ออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน และคาดยอดเครื่องดื่มเสริมอาหารในส่วนของ woody C+Lock เติบโตได้ 100% หลังจากออกสินค้าใหม่ Woody C+Lock คอลลาเจน มิกซ์เบอรี่ ได้รับการตอบรับดี โดยด้านต้นทุนในไตรมาส 2/2564 คาดจะได้รับผลกระทบจากอะลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้นกระทบมาร์จิ้นลดลง  และในส่วนกลุ่มเครื่องดื่มส่งออกและแผนการผลิต packaging เองในส่วนฉลากและกล่องมีการเลื่อนไปในช่วงครึ่งหลังปี 2564 ซึ่งบริษัทฯมีแผนปรับสูตรใหม่ลดน้ำตาลคาดจะช่วยลดต้นทุนและช่วยลดภาษีความหวานได้ในครึ่งปีหลังหากแผนเป็นไปตามที่วางไว้

นอกจากนี้ทางฝ่ายวิจัยมีการประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 คาดลดลงเล็กน้อยหรือใกล้เคียงเมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เหตุเพราะกัมพูชาและเมียนมาร์เริ่มดีขึ้น รวมถึงยอดขายที่จีนเพิ่มขึ้นจากช่วงหน้าร้อนและมีการทำการตลาดดีขึ้น พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นคาดลดลงทั้งจากงวดเดียวกันของปีที่แล้วและจากไตรมาสก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอะลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก

ทั้งนี้ยังมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5% อยู่ที่ 3,533 ล้านบาท โดยคาดคงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และในปี 2565 เพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่ 4,403 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ด้วยคาดการณ์ว่าส่งออกจีนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการทำการตลาด ประกอบกับผลกระทบในประเทศกัมพูชาและเมียนมาร์ไม่มากอย่างที่คาดไว้

ขณะที่เครื่องดื่มพลังงานในประเทศทรงตัวจากผลกระทบโควิด-19 แต่คาดยอดขาย C+Lock รับรู้รายได้เต็มปี พร้อมกับมีการเพิ่มสินค้าใหม่ รวมทั้งธุรกิจรับจ้างส่งสินค้าผ่าน Cash Van จากสินค้าประเภทเหล้าที่เพิ่มขึ้น และคาดอัตรามาร์จิ้นลดลงตามยอดส่งออกที่ลดลงและผลกระทบวัตถุดิบกระป๋องอะลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าคาดมาร์จิ้นจากการเพิ่มไลน์ผลิต packaging และการปรับสูตรลดน้ำตาลช่วยลดต้นทุน

อย่างไรก็ดี ยังคงแนะนำ “ถือ” เนื่องจากคาดผลประกอบการปีนี้ลดลงแต่คาดปีหน้าจะเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ,จีน และยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายตลาดเครื่องดื่ม กัญชงที่ยังไม่รวมในประมาณการที่คาดจะเข้ามาช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้ให้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2565 อยู่ที่ 136 จากเดิม 104 บาท อ้างอิงกลุ่มเครื่องดื่ม PER+1STDEV ที่ 31 เท่า ใกล้เคียงกับ PER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของ CBG ที่ 34 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2565 ที่ 29.1 เท่า, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2565 ที่ 2.3% ความเสี่ยง : 1) ยอดขายไม่เป็นตามคาด 2) ภาพรวมเศรษฐกิจ

Back to top button