“ดาวโจนส์” ปิดลบ 593 จุด ผวาสงคราม AI เผากำไรบิ๊กคอร์ป

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบแรงทั้งสามดัชนี หลังนักลงทุนกังวลการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้นอาจกดดันกำไรของบริษัทขนาดใหญ่ ขณะที่ข้อมูลแรงงานและดัชนีความผันผวน สะท้อนภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.69) ดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวลงแรง จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของการทุ่มเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับสูงมาก ขณะที่สัญญาณจากตลาดแรงงานและความผันผวนในตลาดการเงินเพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 48,908.72 จุด ลดลง 592.58 จุด หรือ -1.20% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,798.40 จุด ลดลง 84.32 จุด หรือ -1.23% และดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,540.59 จุด ลดลง 363.99 จุด หรือ -1.59%

แรงขายในตลาดมุ่งไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ส่งสัญญาณเร่งใช้จ่ายด้านทุน โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อขยายขีดความสามารถด้าน AI และศูนย์ข้อมูล ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าการใช้เงินจำนวนมหาศาลอาจกดดันอัตรากำไรในระยะกลาง หากยังไม่เห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน

ทั้งนี้ บริษัทแม่ของ Google ประกาศแผนการใช้จ่ายด้านทุนในปี 2569 สูงถึง 1.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปีก่อน โดยมุ่งเน้นการลงทุนด้าน AI ในปีนี้คาดการณ์ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งจะมียอดการใช้จ่ายด้าน AI รวมกันมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและชะลอการเข้าซื้อ เพื่อรอสัญญาณที่ชัดเจนว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรได้จริงหรือไม่

แรงกดดันดังกล่าวฉุดหุ้นรายใหญ่ปรับตัวลง โดยหุ้น Microsoft ร่วง 4.9%, หุ้น Nvidia ลดลง 1.3%, หุ้น Alphabet ปรับตัวลง 0.6% ขณะที่หุ้น Amazon ร่วง 4.4% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการหลังปิดตลาด โดยนักลงทุนจับตาทิศทางกำไรและแผนการใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI อย่างใกล้ชิด

ความกังวลยังลุกลามไปยังหุ้นซอฟต์แวร์ หลังนักลงทุนวิตกว่าเครื่องมือ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วอาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม และกระทบอัตรากำไรในอุตสาหกรรม ส่งผลให้หุ้น ServiceNow ดิ่ง 7.6%, หุ้น Salesforce ร่วงเกือบ 5% และฉุดดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ใน S&P 500 ปรับตัวลง 4.6% ต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน

ด้านความเชื่อมั่นตลาด ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุน พุ่งขึ้น 16.8% แตะระดับ 21.77 สะท้อนภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ชัดเจนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดเพิ่มแรงกดดันต่อมุมมองตลาด โดยสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 สะท้อนอุปสงค์ในตลาดแรงงานที่ชะลอลง ขณะที่จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด แตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์

ภาพรวมตลาดสะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มปิดรับความเสี่ยงพร้อมกันหลายสินทรัพย์ ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ขณะที่การลงทุนด้าน AI มูลค่ามหาศาลยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ผลตอบแทนที่แท้จริง

นอกจากนี้ เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมีนาคม 2569 โดยความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 22.7% จาก 9.4% ก่อนหน้า สะท้อนมุมมองว่าตลาดเริ่มกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น

Back to top button