“เอสซีบีเอส” เปิดตัวหุ้นกู้อนุพันธ์แฝง “KIKO” ตีตลาดลูกค้า High Net Worth

“เอสซีบีเอส” เปิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง KIKO ผลตอบแทนอ้างอิงหุ้นสามัญรายตัวใน SET 50 นำเสนอลูกค้ากลุ่ม High Net  Worth เงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาทต่อสัญญา อายุ 6 เดือน รับดอกเบี้ย 10% ต่อปี


นายอิทธิพันธ์ เจียกเจิม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารฝ่าย Investment  Products  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ในขณะนี้ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีลักษณะเป็น sideway มีการแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ทำให้นักลงทุนทำกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นได้ไม่มากนัก ซึ่งในโอกาสนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีที่ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS) ได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ที่เรียกว่า KIKO (Knock – in Knock – out) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน กลุ่ม High Net Worth ของธนาคารในการจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) เพื่อกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ให้มีความหลากหลาย

ทั้งนี้หุ้นกู้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ควรจะมีในพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตและเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำการถือครองมีระยะเวลาหลายปี แต่สำหรับหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท KIKO เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน (Complex product) สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าหุ้นกู้ทั่วไปแต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปด้วย

โดยเป็นการลงทุนแบบ Knock -in  Knock- out ที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับหุ้นสามัญที่อยู่ใน SET 50 ซึ่งจะคัดสรรเลือกเฉพาะหุ้นที่ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญทีม Research ของ SCBS และสอดคล้องกับมุมมองด้านการลงทุนของ CIO office ของ SCB เท่านั้น

ด้านการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง KIKO นักลงทุนสามารถซื้อคูปองได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 ล้านบาทต่อสัญญาใช้ระยะเวลาในการถือครอง ประมาณ 6 เดือน ซึ่งจะได้รับอัตราผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยประมาณ 10% ต่อปี เฉลี่ยจ่ายเป็นรายเดือนตลอดอายุการถือครอง ซึ่งผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ปกติและใช้ระยะเวลาในการถือครองน้อยกว่า โดยลูกค้าที่สนใจซื้อคูปองการลงทุนใน KIKO จะได้รับคำแนะนำจากทีมที่ปรึกษาด้านการลงทุน (Relationship Manager) ในการเลือกหุ้นที่จะมาใช้อ้างอิงในการจ่ายผลตอบแทนตามระดับผลตอบแทนที่คาดหวังและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน

โดยหุ้นที่ SCB คัดสรรมาลงทุนจะเป็นหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ มีปัจจัยพื้นฐานดี จับคู่กัน 2 ตัว จากนั้น SCB จะนำเงินไปทำสัญญาอนุพันธ์บนหุ้นที่ลูกค้าเลือกเป็นหุ้นอ้างอิงโดยมีการทำสัญญาอนุพันธ์ตกลงเป็นกรอบกำหนดราคาหุ้นอ้างอิงไว้ซึ่งลูกค้าจะได้รับใบหุ้นไว้เป็นหลักฐานในการลงทุน เช่น ทำสัญญาหุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ไว้ที่ราคา 50 กับ 70 บาท เป็นราคาตั้งต้นที่ 100% ราคากรอบบนที่ 110 %  เรียกว่า Knock-out price และราคาลงกรอบล่าง 85% เรียกว่า Knock-in price โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้

อนึ่งเงื่อนไขที่ 1 สัญญาถูกถอนก่อนครบกำหนดอายุ หากในเดือนใดราคาปิดของหุ้นทั้งสองตัวสูงกว่าหรือเท่ากับ Knock-out  price ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นคืนทั้งจำนวนก่อนครบอายุและถือว่าหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง KIKO ถูกถอนก่อนกำหนด

เงื่อนไขที่ 2 อยู่จนครบอายุสัญญาจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยทุกเดือน

เงื่อนไขที่ 3 ลูกค้าได้ดอกเบี้ยทุกเดือนแต่ได้เงินต้นคืนเป็นหุ้นที่มีราคาต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับราคาตั้งต้นในกรณีที่ในแต่ละวันราคาปิดของหุ้นอ้างอิงตัวใดตัวหนึ่งต่ำกว่าหรือเท่ากับ Knock-in price และเมื่อครบอายุสัญญา มีหุ้นอ้างอิงตัวใดตัวหนึ่งมีราคาปิดต่ำกว่าราคาตั้งต้นซึ่งในกรณีนี้หากลูกค้าถือหุ้นนั้นต่อไปแล้วหุ้นนั้นขึ้นก็ยังมีโอกาสได้รับเงินต้นคืน

ทั้งนี้การลงทุนใน KIKO ถือเป็นการลงทุนในหุ้นกู้ประเภทหนึ่งจึงไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อหากผู้ลงทุนซื้อ KIKO 1 ล้านบาท จะมีมูลค่าหน้าตั๋ว 1 ล้านบาทโดยดอกเบี้ยที่ผู้ลงทุนจะได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ

อย่างไรก็ดีการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง KIKO เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นที่ SCB เลือกมาอ้างอิงได้ ต้องการรับผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ปกติและต้องการกระแสเงินสดมาหมุนเวียนจากดอกเบี้ยทุกๆ เดือน เป็นลูกค้ากลุ่ม High net worth (HNW) ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรณีเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปหรือมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไปหรือมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

นอกจากนี้สามารถพิจารณารวมกับคู่สมรสได้หรือถ้าเป็นลูกค้า SCB PRIVATE BANKING และ SCB FIRST สามารถติดต่อผ่านทีมที่ปรึกษาทางการลงทุนส่วนบุคคลได้ทันทีซึ่งจะได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งคัดเลือกหุ้นที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ตามระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับ โดยจะมีการติดตามรีวิวหุ้นทุกๆสัปดาห์จึงวางใจได้ว่ามีทีมที่ปรึกษาการลงทุนดูแลให้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลงทุนในหุ้นกู้อนุพันธ์แฝง KIKO ได้แก่ ความเสี่ยงด้านราคา (Price  Risk) ความเสี่ยงจากการที่ราคาหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเปลี่ยนแปลงไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ราคา / ระดับของหลักทรัพย์ / ดัชนีอ้างอิง รวมถึงความผันผวนของหลักทรัพย์ / ดัชนีอ้างอิง  อายุคงเหลือของหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง อัตราดอกเบี้ย เป็นต้น โดยราคา / ระดับของหลักทรัพย์ / ดัชนีอ้างอิงจะมีผลกระทบสูงสุด ดังนั้น ผู้ถือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องติดตามข่าวสารข้อมูลของหลักทรัพย์ / ดัชนีอ้างอิงอย่างใกล้ชิดจากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง

ส่วนความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) คือ ความเสี่ยงที่บริษัทในฐานะผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะไม่สามารถทำการชำระคืนเงินต้นพร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ยได้เต็มจำนวนและ/หรือได้ตรงตามกำหนดเวลา หรือไม่สามารถส่งมอบปัจจัยอ้างอิงได้ในจำนวนที่ได้ตกลงกัน หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนดสิทธิ และ/หรือ ข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาของหุ้นกู้ที่ที่มีอนุพันธ์แฝงที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามหากผู้ออกหุ้นกู้ที่อนุพันธ์แฝงหยุดจ่ายเงินต้นหรือผลตอบแทนจะถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ซึ่งหากผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงประกาศล้มละลายหรือผิดนัดชำระหนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะมีสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าหนี้อื่นของผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง

รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ผู้ถือหุ้นกู้อนุพันธ์แฝงอาจไม่สามารถขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เนื่องจากมีการจดข้อจำกัดการโอนและการไม่มีตลาดรองสำหรับซื้อขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เป็นต้น

คำเตือน 

ผู้ลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงมีความเสี่ยงที่จะสูญเงินลงทุนทั้งจำนวนหรือบางส่วนหากไม่มีการคุ้มครองเงินต้นหรือคุ้มครองเงินต้นต่ำกว่า 100% ของเงินลงทุน เนื่องจากหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงมีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนกว่าหุ้นกู้ทั่วไป ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะความเสี่ยงและเงื่อนไขหุ้นกู้ฯและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

Back to top button