TISCO บวก 4% โบรกฯชี้กำไร Q2 ทะลุ 1.6 พันลบ. – ยีลด์สูง เชียร์ “ซื้อ” เป้า 105 บ.

TISCO วิ่ง 4% โบรกฯแนะ “ซื้อ” เป้า 105 บ. มองกำไรไตรมาส 2 แตะ 1.65 พันลบ. คาดปันผลสูงถึง 7%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (1 ก.ค. 64) ราคาหุ้นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ณ เวลา 15.29 น. อยู่ที่ระดับ 92.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท หรือ 4.24% โดยทำจุดสูงสุดที่ 92.75 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 88.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (28 มิ.ย. 64) โดยประเมินหุ้น TISCO ว่าคาดประมาณการกำไรสุทธิในไตรมาส 2/64 ที่ 1.65 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 7% จากไตรมาสก่อน จากการตั้งสำรองฯที่ลดลงเพราะมีการตั้งเผื่อไปแล้วในปี 2563 โดยไตรมาสนี้ทางฝ่ายวิจัยคาดว่า Credit cost จะอยู่ที่ 127% ลดลงจากไตรมาส 1/64 ที่ 158% ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยเป็น 4.63% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่ 4.55% เพราะมีสินเชื่อรายใหญ่ที่ได้ผลตอบแทนน้อยมีการชำระคืนออกไป ด้านรายได้ ค่าธรรมเนียมลดลง -16% จากไตรมาสก่อน เพราะไตรมาสก่อนธุรกิจกองทุนรวมขายได้ดีเกินคาด 

ขณะที่เจอโควิดรอบ 3 ทำให้ Bancassurance กลับมาหดตัวอีกครั้ง ประกอบกับไม่มีดีล IPO เข้ามาช่วยหนุนด้านสินเชื่อรวมคาดปรับตัวลดลง 2.50% จากไตรมาสก่อน จากสินเชื่อทุกประเภทที่หดตัวลงจากนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นเพราะกังวลต่อหนี้เสียที่มีโอกาสเกิดสูงขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทำให้มีการเลือกลูกหนี้ในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ด้าน NPLs จะทยอยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.80% จาก 2.51% ในไตรมาสก่อนจากลูกหนี้เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือ 

ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 6.76 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง ทั้งนี้ TISCO จะไม่ตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากหากสมมติฐานการเติบโตของ GDP ในปี 2564 ไม่ต่ำกว่า 0% ส่วนแนวโน้ม NPLs จะเริ่มเห็นแบบทยอยเพิ่มขึ้นคาดว่าปี 2564 จะอยู่ที่ระดับ 3.10% จาก 2.50% ในปี 2563 โดยคาดว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/2564 จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนได้จากสำรองฯที่ลดลง

สำหรับทางฝ่ายวิจัยนั้นยังคงวางราคาเป้าหมายที่ 105.00 บาท อิง 2564 PBV ที่ 1.95 เท่า (+1SD above 10-yr average PBV) โดยราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลง 9% เมื่อเทียบกับ SET ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพราะมีการจ่ายปันผล ในระดับสูงที่ 6.30 บาทต่อหุ้น แต่อย่างไรก็ดี TISCO มีความเสี่ยงในการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นในระดับสูงน้อยกว่ากลุ่มฯ เนื่องจากมี อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Coverage Ratio) ที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ระดับ 222% ซึ่งสามารถรองรับความเสี่ยงจาก COVID-19 รอบใหม่ๆได้ขณะที่มี upside เพิ่มจากสำรองฯน้อยกว่าคาดหากสถานการณ์ไม่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ และคาดว่า TISCO จะยังคงเป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) สูงถึงระดับ 7% แต่มีความเสี่ยงจาก NPLs และการตั้งสำรองฯมากกว่าคาดหากสถานการณ์ COVID-19 รุนแรงกว่าคาด

Back to top button