“แบงก์” รูดยกแผง! รับ Sentiment ลบ “กระแสล็อกดาวน์” หวั่นตั้งสำรองเพิ่ม

“แบงก์” รูดยกแผง! รับ Sentiment ลบ “กระแสล็อกดาวน์”จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไม่ดีขึ้น หวั่นตั้งสำรองเพิ่ม นำทีมร่วง TTB,BAY,KKP, KBANK 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ค.64) ณ เวลา 11.34 น. ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ร่วงยกแผง นำโดย TTB ,BAY,KKP, KBANK  ดังตาราประกอบ

โดย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ราคาหุ้น  ณ  เวลา 11.34 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.03 บาท ลบ 0.05 บาท หรือลดลง 4.63% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 682.81 ล้านบาท

ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY  ราคาหุ้น  ณ  เวลา 11.34 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 30.00 บาท ลบ 1.00 บาท หรือลดลง 3.23% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 18.04 ล้านบาท

ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ราคาหุ้น  ณ  เวลา 11.34 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 54.00 บาท ลบ 1.50 บาท หรือลดลง 2.70% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 139.07 ล้านบาท

ส่วน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ราคาหุ้น  ณ  เวลา 11.34 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 114.00 บาท ลบ 3.00 บาท หรือลดลง 2.56% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 139.07 ล้านบาท

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นในกลุ่มแบงก์เช้านี้ต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า คาดว่าจะเป็นการรับ Sentiment ลบ จากกระแสข่าวที่อาจจะมีการล็อกดาวน์เกิดขึ้นในประเทศ หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไม่ดีขึ้น

โดยวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดก็มีกว่า 7 พันราย ส่งผลทำให้กังวลผลดำเนินงานของกลุ่มแบงก์จะไม่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง (H2/64) ซึ่งปัญหาเรื่องโควิดระบาดในต่างประเทศก็เจอเหมือนกัน อย่าง Emerging Market ประเทศที่ยังฉีดวัคซีนได้น้อยอยู่ ทำให้มีหลายประเทศต่างก็ล็อกดาวน์อีกครั้ง

แต่ในแง่ของปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มแบงก์ยังมองในเกณฑ์ที่ดีอยู่ โดยเฉพาะผลดำเนินงานในงวดไตรมาส 2/64 คาดว่าจะออกมาดี และภาพระยะกลาง-ยาวของกลุ่มแบงก์ก็ยังมี Outlook ที่ดีขึ้นในปลายไตรมาส 3/64 หรือไตรมาส 4/64 หลังจากที่มีการฉีดวัคซีนกันได้มากขึ้น และการกลับมาของการท่องเที่ยว

ดังนั้นจึงแนะนำให้ซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์เมื่อราคาอ่อนตัวลงและให้ถือไป 6 เดือน โดยแนะนำหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ส่วนหุ้นที่ให้ปันผลดีก็แนะนำหุ้น บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) และธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)

สำหรับหนี้สงสัยจะสูญ (NPL) ของกลุ่มแบงก็มีการเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ทางแบงก์ก็มีการตั้งสำรองฯไว้เพียงพอ จึงไม่น่าเป็นห่วง อีกทั้งภาครัฐฯก็ยังให้ความช่วยเหลือกลุ่มแบงก์เหมือนกัน หลังจากที่แบงก์ต้องช่วยอุ้มลูกหนี้ที่มีปัญหาตามมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐฯ

Back to top button