RICHY บวกแรง 5% ลุ้นครึ่งหลังโตเด่น-มั่นใจปีนี้รายได้เข้าเป้า 1.5 พันลบ. แถมหุ้นต่ำบุ๊ก

RICHY บวกแรง 5% ลุ้นผลงานครึ่งหลังโตเด่น-มั่นใจปีนี้รายได้เข้าเป้า 1.5 พันลบ. ตุน Backlog แน่น 4 พันลบ. แถมหุ้นต่ำบุ๊ก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(20 ต.ค.64) ราคาหุ้นบริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ณ เวลา 10:56 น.อยู่ที่ระดับ 1.51 บาท บวก 0.07 บาท หรือ 4.86% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 65.56 ล้านบาท ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีที่ระดับ 2.09 บาท

โดยผลการดำเนินงาน RICHY ไตรมาส 2/2564 มีกำไรสุทธิ 91.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 29.62 ล้านบาท และงวดครึ่งปีแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 128.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 50.90 ล้านบาท ลุ้นกำไรไตรมาส 3/2564 โตเด่นต่อเนื่อง และลุ้นทั้งปีโตเด่นจากปีก่อน หลังกำไร 6 เดือนแรกปีนี้สูงกว่าทั้งปี 2563 อยู่ที่ 101.52 ล้านบาท

อนึ่งก่อนหน้านี้ นางสาวอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร RICHY เปิดเผยว่า สำหรับในปี 2564 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 1,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 869.06 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/2564 มีรายได้รวมแล้ว 273.18 ล้านบาท โดยรายได้จะมาจากการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่ จำนวน 2 โครงการ

ขณะที่ ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวม 4,055 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2564-2566 และปัจจุบันยังมีสินค้าพร้อมโอน (สต๊อก) มูลค่ารวมประมาณ 6,300 ล้านบาท รองรับการขายได้ถึงปี 2565

ส่วนยอดขาย (Presale) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 (มกราคม-มิถุนายน) บริษัทมียอดขายสะสมแล้ว 1,100 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายในปี 2564 ไว้ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท แม้ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกจะทำได้เกือบ 45% โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 4 โครงการ ซึ่งมูลค่าโครงการอยู่ระหว่างการพิจารณา เป็นโครงการแนวราบ จำนวน 2 โครงการ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมขนาด 32 ชั้น จำนวน 1 โครงการ และอีก 1 โครงการ อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์โควิด-19

นางสาวอาภา กล่าวต่อว่า กลยุทธ์หลักในช่วงที่เหลือของปี 2564 บริษัทจะเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ให้มากขึ้น โดยได้ตั้งหน่วยงานขายออนไลน์อย่างถาวร เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การจองซื้อ และการชำระเงิน บน Digital Platform ที่หลากหลายทุกช่องทางการสื่อสาร ซึ่งมีผลตอบรับค่อนข้างดี รวมถึงการจัดโปรโมชั่นเพื่อเร่งระบายสต๊อก ทั้งส่วนลดพิเศษ และโปรโมชั่นที่โดนใจให้ลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่เอง หรือลูกค้าที่ซื้อลงทุน มีทั้งการขายแบบให้บริการหาผู้เช่าห้องรายเดือนและแบบรายวัน หรือแบบมีรับประกันผลตอบแทน (Yield Guarantee) ในระยะ 3 ปี

ขณะที่ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกเล็กน้อย แต่จะดีขึ้นอย่างมีนัยในปี 2565 เป็นต้นไป ภายใต้บนสมมติฐานที่รัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะมั่นใจมากขึ้น และนักลงทุนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยก็จะทยอยกลับมา

โดยปัจจัยบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ คือ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำมาก ส่วนกำลังซื้ออาจฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หากรัฐบาลสามารถฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้ในปริมาณมาก และมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านการบริโภคและการใช้จ่ายภายในประเทศ

Back to top button