RBF ปิดเด้ง 3% เล็งขยายตลาดตปท. เปิดโรงงาน “อินโดฯ” เฟส 2

RBF ปิดเด้ง 3% มั่นใจอัตรากำไรปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น รับยอดส่งออกพุ่ง เร่งขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมเตรียมทดลองผลิตโรงงาน “อินโดนีเซีย” เฟส 2 คาดจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 4/66 เป็นต้นไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ต.ค.66) ราคาหุ้น บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 11.00 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.80% สูงสุดที่ระดับ 11.30 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46.97 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้นทีดีดกลับขึ้นมา ตอบรับข่าว นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน RBF เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่าอัตรากำไรในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้เหนือความคาดหมาย และบริษัทได้รับแรงหนุนจากต่างประเทศเข้ามาช่วยให้อัตรากำไรดีขึ้น

ขณะที่กำไรดีขึ้นมากจากการขายสินค้ามาร์จิ้นสูง รวมถึงการส่งออกดีขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่ม Food coating หรือส่วนประกอบอาหารแปรรูปเป็นแนวโน้มขาลง

โดยในแง่ของรายได้ เชื่อว่าภาพรวมครึ่งปีหลังนี้น่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกจากออเดอร์ที่เข้ามาเพิ่มขึ้น ประกอบกับได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าที่ช่วยให้ลูกค้าของบริษัทส่งออกได้ดีขึ้น รวมถึงสินค้าที่ RBF ส่งออกเองก็ได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย อีกทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลงก็ส่งผลดีต่อการนำเข้า

ขณะที่ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกราว 30% โดยตั้งเป้าภายใน 1-2 ปีจากนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% จากการเดินหน้าขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ฐานการผลิตในเวียดนามส่งออกสินค้าไปยังฟิลิปปินส์มากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนดีกว่าการส่งสินค้าจากไทย และในอนาคตโรงงานในอินเดียที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 1/67 ก็จะใช้เป็นศูนย์กลางการส่งออกไปในเอเชียใต้และหาช่องทางเจาะตลาดตะวันออกกลางด้วย

ส่วนการดำเนินธุรกิจในอินเดียว่า หลังจากบริษัทได้จับมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ TU และ Srinivasa Cystine Private Limited (SCPL) บริษัทในเครือ Avanti Group เพื่อส่งวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสมอาหารหรือ ingredient คุณภาพสูงให้กับตลาดในประเทศอินเดีย ปัจจุบันมีการเติบโตอย่างมาก สามารถสร้างรายได้เกินเป้า ทำให้มีการปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้เป็น 100 ล้านบาท ตามการเติบโตของกลุ่ม Food coating ที่ใช้กับการแปรรูปอาหารซีฟู้ดเพื่อส่งออก และยังมองโอกาสขยายไปสู่สินค้าวัตถุแต่งกลิ่นและรส (Flavour) ด้วย

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 67 เบื้องต้นบริษัทคาดรายได้น่าจะฟื้นกลับมาเติบโตเป็น Double Digit ได้ ตามภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ขณะที่บริษัทตั้งเป้าผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับมาเป็นปกติที่ 40% หลังจากปีนี้ฟื้นตัวขึ้นมาที่ 36% แล้ว เป็นผลจากการมุ่งหน้าขยายตลาดเดิม ทั้งจีน อินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

นอกจากนี้การลงทุน ปัจจุบันโรงงานในอินโดนีเซีย เฟส 2 เริ่มทดลองผลิตแล้ว คาดจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 4/66 เป็นต้นไป และโรงงานผลิตในอินเดียก็คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนในปี 67 ก็น่าจะเข้ามาช่วยให้การขยายตลาดที่อินเดียทำได้เร็วขึ้น

Back to top button