COCOCO ดีดแรง 4% นลท.เชื่อมั่นธุรกิจโต หลัง CEO ควัก 13 ล้านเก็บหุ้นเพิ่ม

COCOCO เด้งแรง 4% นักลงทุนเชื่อมั่นธุรกิจเติบโตแกร่ง หลัง “ซีอีโอ” อัดงบ 13 ล้านบาท เข้าเก็บหุ้นเพิ่มอีก 1.75 ล้านหุ้น หนุนถือในพอร์ต 22.56% การีนตีผู้นำด้านกะทิและน้ำมะพร้าวรายใหญ่ของเมืองไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ย.66) ราคาหุ้น บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ณ เวลา 10:25 น. อยู่ที่ระดับ 8.85 บาท บวก 0.35 บาท หรือ 4.12% สูงสุดที่ระดับ 9.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 8.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 125.75 ล้านบาท

โดยราคาหุ้น COCOCO ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงวันนี้ คาดนักลงทุนเข้าซื้อรับปัจจัยบวกกรณีที่ ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COCOCO ควักเงิน 13 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1.75 ล้านหุ้น

อนึ่งก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า ดร.วรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COCOCO ซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มจำนวน 1,750,000 หุ้น ที่ราคา 7.75-7.79 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินลงทุน 13,627,750 บาท โดยมีการทำธุรกรรม 2 ครั้ง ซึ่งเข้าซื้อเมื่อวันที่ 15 และ 16 พ.ย.66 ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่ถือครองหลังวันทำรายการมีจำนวน 331,750,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 22.56% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

โดยการเข้าซื้อหุ้นมั่นใจในพื้นฐานธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และตอกย้ำผู้ถือหุ้นให้มั่นใจได้ว่า COCOCO ถือเป็น ผู้นำ ด้านกะทิและน้ำมะพร้าวรายใหญ่ของเมืองไทย อีกทั้งยังอยู่ในธุรกิจเมกะเทรนด์สุขภาพทั่วโลกที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

ดร.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน ซึ่งบริษัทฯ เปิดดำเนินการมาร่วม 15 ปี ผมเชื่อมั่นในธุรกิจ เรายืนหยัดพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและส่งออก ทำให้เราสามารถที่จะนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย เพื่อหล่อเลี้ยงเกษตรกรชาวไทย โดยบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด และส่วนตัวของผมเองก็ได้สั่งสมประสบการณ์มาตลอดช่วงชีวิต ทำให้มีความมั่นใจในธุรกิจเป็นทวีคูณ ดังนั้นการเข้าซื้อหุ้นของ COCOCO เพิ่มในครั้งนี้ ผมมีความตั้งใจจริงและมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตและยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายหลังบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 นั้น ตนเองและทีมงาน มีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก รวมถึงเข้าพบปะลูกค้าในกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดี จากการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงระยะเวลาดังกล่าว พบว่ามีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งใหม่และเก่าอย่างล้นหลาม จึงจำเป็นต้องขยายกำลังการผลิตให้รองรับกับยอดขายที่เติบโตขึ้น

ขณะเดียวกันได้เสนอคณะกรรมการของบริษัทฯ ไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 และได้รับมติอนุมัติการลงทุนโครงการขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ และ/หรือ เครื่องดื่มน้ำผลไม้ประเภทอัดแก๊ส บรรจุขวด PET ซึ่งกำหนดมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 650 ล้านบาท

Back to top button