
ICHI บวก 4% ลุ้นกำไรไตรมาส 4 โต 58% รับกลุ่ม Non-tea หนุน โบรกเคาะเป้า 15 บาท
ICHI บวก 4% โบรกคาดกำไรไตรมาส 4/68 พุ่ง 57.8% จากปีก่อน หนุนโดยกลุ่ม Non-tea โดยเฉพาะน้ำด่าง พร้อมทั้งปีคาดปันผลทั้งปีราว 8% ส่วนคาดกำไรปี 69 โต 7.4% และปรับราคาเป้าหมายเป็น 15 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ม.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ ICHI ณ เวลา 10:17 น. อยู่ที่ระดับ 14.10 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 3.68% สูงสุดที่ระดับ 14.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 69.16 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่าคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษีในไตรมาส 4/967 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโต 21.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ถือเป็นกำไรที่ทำได้ดี
โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน มาจากการเติบโตของกลุ่ม Non-tea คาดว่าสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม Non-tea จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 17.4% ของรายได้รวม (จาก 13.1% ในไตรมาส 4/67) ซึ่ง product champion ในกลุ่มนี้คือ น้ำด่าง ขณะที่คาดว่ารายได้จาก OEM น่าจะทรงตัวถึงอ่อนลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล
บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำเป้าหมายการเติบโตในปี 69 ขณะที่เรายังคงสมมติฐานการเติบโตราว 6.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน มาจากการเติบโตของรายได้ในประเทศเป็นหลัก หนุนโดยตลาดชาเขียวกลับมาเติบโตอีกครั้ง จากสภาพอากาศที่เริ่มพลิกเข้าสู่ภาวะ El Nino และคาดว่ารายได้น้ำด่างจะเติบโตในอัตราสองหลักได้อย่างต่อเนื่อง จากทั้งกระแสรักสุขภาพ และน้ำด่างขวดใหญ่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี
ดังนั้นฝ่ายนักวิเคราะห์ ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 69 ไว้ตามเดิมที่ 1.33 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) โดยเริ่มเห็น upside จากการเติบโตของกลุ่ม Non-tea และยังไม่รวมลูกค้า OEM รายใหม่อีก 1–2 ราย
โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 69 เป็น 15 บาท จากการปรับเพิ่ม Target P/E เป็น 15 เท่า (-0.5 SD) จากเดิม 13 เท่า (-1.0 SD) เพื่อสะท้อนปัจจัยหนุนการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น แต่ยังคงความ conservative ไว้
ทั้งนี้ คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 68 อีกราว 0.55 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.1% และเมื่อรวมกับที่จ่ายไปแล้วในงวดครึ่งแกของปี 68 จะคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อปีราว 8.0%
ขณะที่ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง ไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยจ่าย คาดว่าสิ้นปี 68 จะมี D/E ratio เพียง 0.24 เท่า และคาด ROE อยู่ในระดับประมาณ 24%


