ส่อง 20 หุ้นกลุ่ม “อาหาร-เครื่องดื่ม” Q1 กำไรแจ่ม! PRG แชมป์โต 183%

เปิดโผ 20 หุ้นอาหาร–เครื่องดื่ม Q1/69 กำไรเติบโตโดดเด่น นำโดย PRG โต 183% ขณะที่ COCOCO-ICHI-TU-FM ผลงานแข็งแกร่ง โบรกมองแนวโน้มโตต่อรับแรงหนุนส่งออกและต้นทุนลดลง


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้รวบรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 20 หลักทรัพย์ ได้แก่ PRG, BR, JDF, TWPC, CPI, CHAO, LST, TVO, ITC, COCOCO, KCG, ICHI, TU, HTC, FM, TIPCO, TC, TKN, TFG และ SAUCE ซึ่งพบว่ามีกำไรสุทธิเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทที่มีกำไรสุทธิเติบโตสูงสุดเกิน 100% นำโดย บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRG มีกำไรสุทธิ 5.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.83 ล้านบาท

ถัดมาเป็น บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR มีกำไรสุทธิ 78.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 35.53 ล้านบาท และ บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF มีกำไรสุทธิ 35.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17.07 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือก 4 หุ้นหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ผลประกอบการแข็งแกร่ง และได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบทวิเคราะห์เชิงบวก ได้แก่ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO, บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU และ บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM

โดย COCOCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 82.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.06% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 64.79 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกา การปรับกลยุทธ์ด้านราคา การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง

ด้าน บล.หยวนต้า ประเมินกำไรไตรมาส 2/69 ของ COCOCO มีแนวโน้มเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเข้าสู่ฤดูร้อนในเอเชีย การกลับมาของคำสั่งซื้อจากจีน และต้นทุนมะพร้าวที่ลดลงต่อเนื่อง พร้อมคาดว่ากำไรจะทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 3/69 ซึ่งเป็น High Season ของธุรกิจส่งออก รวมถึงเริ่มรับรู้การผลิตเชิงพาณิชย์ของโรงงานใหม่ในฟิลิปปินส์ช่วงปลายไตรมาส โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6.90 บาท มี Upside 22.1%

ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 286.58 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 245.23 ล้านบาท มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Non-Tea ที่มียอดขายเติบโตถึง 79% สะท้อนถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 2/69 ของ ICHI ยังเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากฤดูกาลขายเครื่องดื่มและการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของธุรกิจน้ำด่าง แม้อาจอ่อนตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานกำไรพิเศษปีก่อน โดยทั้งปี 2569 คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และรายได้แตะ 8,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากยอดขายในประเทศและธุรกิจน้ำด่างเป็นหลัก พร้อมได้แรงหนุนจากสิทธิประโยชน์ BOI และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14.60 บาท

TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,113.27 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,019.25 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ด้านราคาขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 2.8% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง

บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” TU ราคาเป้าหมาย 14.20 บาท พร้อมคาดกำไรปกติปี 2569 เติบโต 19% แตะ 5,135 ล้านบาท จากแรงกดดันเงินบาทแข็งค่าที่ลดลง และสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นหลังสิ้นสุดโครงการ Sonar โดยมองธุรกิจ PetCare เป็น Growth Driver สำคัญ และเลือก ITC เป็น Top Pick ของกลุ่มอาหาร

FM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 206.04 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 192.45 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุกเพิ่มขึ้น จากคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในสหราชอาณาจักรและยุโรป รวมถึงญี่ปุ่น ส่งผลให้ Backlog ของ FM พุ่งสูงขึ้น

บล.ทิสโก้ มองแนวโน้มไตรมาส 2/69 ของ FM ยังเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการในญี่ปุ่นและยุโรปที่แข็งแกร่ง แม้ตลาดจีนในกลุ่มไก่สดยังชะลอตัวจากภาวะ Oversupply โดยคาดรายได้ปี 2569 อยู่ที่ 7,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% และกำไรสุทธิ 709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากการขยายส่งออกและกำลังการผลิตที่ยังรองรับการเติบโตได้อีกมาก พร้อมตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี และเตรียมรุกธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเป็น New S-Curve ใหม่ของบริษัท โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.00 บาท

Back to top button