GULF บวกแรง 6% หลังปิดดีลเงินกู้ 6 หมื่นลบ. ลุยพลังงานทดแทน 939 MW

GULF บวกแรง 6% หลังปิดดีลเงินกู้ 6 หมื่นล้านบาท จากสถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวน 27 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 939 เมกะวัตต์ ฟากโบรกแนะนำหุ้นเด่นธีม Election Play


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(9ก.พ.69) ราคาหุ้นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ณ เวลา 10:26 น. อยู่ที่ระดับ 53.00 บาท บวก 3.25 บาท หรือ 6.53% ราคาสูงสุด 53.75 บาท ราคาต่ำสุด 52.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.85 พันล้านบาท

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ในวงเงิน 60,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น 27 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 939 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน จำนวน 15 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 843 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวน 12 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 96 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด และบริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน จำนวนรวม 15 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 843 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ระหว่างปี 2567-2569 มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 43,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้รับการสนับสนุนเงินกู้ จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยมี Asian Development Bank (ADB) เป็นธนาคารผู้จัดหาเงินกู้หลัก (mandated lead arranger and bookrunner)

พร้อมทั้งวงเงินกู้ร่วมจาก Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB), Deutsche Investitions-und Entwicklungsgesellschaft (DEG), Development Finance Institute Canada (FinDev Canada), Export Finance Australia (EFA), Export-Import Bank of China (CEXIM), Japan International Cooperation Agency (JICA), KEXIM Global (Singapore) (KGS), ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, Sumitomo Mitsui Banking Corporation, Bangkok Branch, Sumitomo Mitsui Trust Bank (Thai), และ DBS Bank

โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าว เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วไป 12 โครงการ (กำลังการผลิตตามสัญญารวม 649 เมกะวัตต์) ในปี 2567–2568 และอีก 3 โครงการ (กำลังการผลิตตามสัญญารวม 194 เมกะวัตต์) อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนด COD ในปี 2569

ขณะเดียวกัน GULF ยังเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมจำนวน 12 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 96 เมกะวัตต์ และมีกำหนด COD ในปี 2570 โดยมุ่งแปรรูปขยะอุตสาหกรรมให้เป็นพลังงานอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาการฝังกลบ และยกระดับการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ได้รับวงเงินกู้ระยะยาวรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 550 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากกลุ่มสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ได้แก่ ADB และ AIIB รวมถึงสถาบันการเงินพาณิชย์ชั้นนำ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต, Sumitomo Mitsui Banking Corporation, Bangkok Branch และ Standard Chartered Bank

“ขอขอบคุณธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (Multilateral Development Bank หรือ MDB) สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา (Development Finance Institution หรือ DFI) เช่น ADB รวมถึงธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ให้การสนับสนุนเงินกู้ในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลุ่มสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศมีต่อ GULF ปัจจุบัน GULF มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ การสนับสนุนจากภาคการเงินในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ของประเทศไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593” นายสารัชถ์ กล่าว

ด้านนาย Aaron Batten ผู้อำนวยการสำนักงานเอดีบีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะธนาคารผู้จัดหาเงินกู้หลัก (Sole Mandated Lead Arranger and Bookrunner) สำหรับกลุ่มโครงการพลังงานหมุนเวียน และในฐานะผู้ประสานงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Coordinator) สำหรับกลุ่มโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรม ADB มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินครั้งนี้ โดยการสนับสนุนของ ADB ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการลงทุนจากภาคเอกชนในการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนที่ได้ตั้งไว้ ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้  ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาวสำหรับภูมิภาคอีกด้วย

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนกลุ่มบริษัท GULF ในการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนอย่างครบวงจร ตั้งแต่โครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงการที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานเชิงนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ทั้งปัญหาการจัดการขยะและความต้องการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างทางการเงินของโครงการนี้ นับเป็นต้นแบบสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต และตอกย้ำว่าความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด สามารถดำเนินควบคู่ไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้บริบทของตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาด SET วันนี้ “Up” ต้าน 1395/1415 จุด 1350/1341จุด บทสรุปเลือกตั้งทั่วไป 2569 พรรคภูมิใจไทยจะชนะเลือกตั้ง เกือบ Landslide ได้ ส.ส. เฉียด 200 ที่นั่ง(ดีกว่า Base Case เดิมที่ KSS ประเมินพรรคชนะการเลือกตั้งจะได้เสียงไม่เกิน 160+/-) นำมาสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง และน่าจะสานต่อนโยบายเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี นับตั้งแต่อดีดนายกฯ ยิ่งลักษณ์ปี 2011(ผลตอบแทน +1M 1.85%, +3M 9.47%, +6M 17.01%) จะเป็นบวกหนุน Fund Flows ทยอยกลับสถานะ SET มีโอกาสสูงที่จะ Rally ใน 3 เดือน 8%-10%

ดังนั้น ทีมกลยุทธ์ปรับกรอบ SET ใน 3 เดือน สู่ 1420-1500จุด โดยคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2569 ที่ 1475จุด อิง PER 15.9X ที่ EPS Growth 8%y-y เน้นหุ้น Theme Election Play :

1) กลุ่มอิงการลงทุน + FDI STECON, GULF, EGCO, KTB, KBANK, ADVANC, AMATA, WHA, SCC, PYLON, INSET, STPI

2) Domestic x Services BDMS, CPALL, AOT, CENTEL,MTC, KTC, PLANB โดยแนะนำ 5 บริษัทเด่นที่สุด คือ STECON, GULF, CPALL, KTB, AOT

Back to top button