SMO เด้ง 6% รับแผน “อุตสาหกรรมปาล์ม” หนุน มั่นใจรายได้ปี 69 แตะหมื่นลบ.

SMO ดีดตัวกว่า 6% นักลงทุนเก็งปัจจัยหนุนจากแนวโน้มผลผลิตปาล์มทยอยออกช่วง เม.ย.-พ.ค. ควบคู่แผนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ 30% โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 10,000 ล้านบาท คาดธุรกิจเติบโตต่อเนื่องในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ณ เวลา 12:03 น. อยู่ที่ระดับ 3.82 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 6.11% ราคาสูงสุด 3.86 บาท ราคาต่ำสุด 3.62 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 20.27 ล้านบาท

SMO ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 10,000 ล้านบาท จากแรงหนุนกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น 30%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยเมื่อก่อนหน้านี้ นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SMO เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเดินเครื่องกำลังการผลิตใหม่ของโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 30% หรือประมาณ 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มเป็นราว 310 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากปัจจุบันอยู่ที่ 240 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ขยายกิจการและก่อสร้างโรงงานใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ และจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 315 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมงภายใน 2 ปี พร้อมทั้งประเมินว่ากำลังการผลิตในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นราว 30% และมีแผนเพิ่มโรงงานอีก 1 แห่งในปี 2571 เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าแนวโน้มธุรกิจในช่วง 1–2 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเนื่อง จากการเพิ่มกำลังการผลิตและการขยายโรงงาน ซึ่งจะช่วยหนุนยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อผลประกอบการ และคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในระยะต่อไป

โดย กรมการค้าภายในลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันและเตรียมแผนรองรับก่อนที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม โดยประเมินว่าผลผลิตปีนี้จะทยอยออก ไม่กระจุกตัวรุนแรงเหมือนปีก่อน จึงต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

หน่วยงานได้กำชับให้โรงสกัดวางแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักรล่วงหน้า พร้อมให้ลานเทและโรงงานเตรียมความพร้อมรับซื้อ เพื่อป้องกันปัญหาการติดคิว ขณะเดียวกันได้หารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการคิวและปริมาณรับซื้อจากเกษตรกรไปยังลานเทและโรงสกัด ลดความเสียหายต่อระบบโดยรวม

ทั้งนี้ การกำกับดูแลราคาการรับซื้อผลปาล์มให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ โดยที่ผ่านมาเคยกำหนดราคารับซื้อไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นมาตรการช่วยสร้างหลักประกันในช่วงผลผลิตออกมาก ควบคู่กับการติดตามต้นทุนและปัจจัยการผลิตอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงข้อมูลกำลังการผลิต การปิดซ่อมบำรุง และจุดรับซื้อ เพื่อช่วยเกษตรกรวางแผนจำหน่าย ลดความแออัด และกระจายผลผลิตได้เหมาะสม

กรมการค้าภายในยืนยันจะกำกับดูแลการรับซื้ออย่างใกล้ชิด และตรวจสอบให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและความเป็นธรรมให้เกษตรกร โดยปัจจุบันราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันอยู่ที่ 6.50–7.70 บาทต่อกิโลกรัม ตามคุณภาพเปอร์เซ็นต์น้ำมัน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

Back to top button